รู้โลก...ทันสถานการณ์... | เดอะ พับลิกโพสต์...นสพ.ข่าวมุสลิมอันดับหนึ่ง

 
การเมือง

ต่างมุมมอง 5 เสือกกต.ก่อนลงจากหลังเสือ

6 สิงหาคม 2556

 

กกต.


เข้ามารับงานหลังการ “ปฏิวัติ 19 กันยาฯ49” เพื่อควบคุม-บริหาร-จัดการ-และลงโทษผู้กระทำผิดจากการเลือกตั้ง ท่ามกลางวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งวันที่ 19 ก.ย.นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ชุดปัจจุบัน จะหมดวาระลงหลังทำงานมาครบ 7 ปี

5 เสือ กกต.ชุดนี้ ประกอบด้วย นายอภิชาต สุขัคคานนท์ เป็นประธาน มีนายประพันธ์ นัยโกวิท คุมด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นางสดศรี สัตยธรรม ดูแลด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ นายสมชัย จึงประเสริฐ คุมด้านสืบสวนสอบสวน นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น ดูแลด้านกิจการการมีส่วนร่วม

ตลอด 7 ปีกว่ามานี้ ประเทศไทยมีการแบ่งฝ่าย แบ่งสี แบ่งขั้วกันชัดเจน ในมุมมองของฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากการตัดสิน แน่นอนว่าย่อมแซ่ซ้องสรรเสริญ ขณะที่ฝ่ายที่ถูกเล่นงาน นอกจากจะไม่การยอมรับแล้ว ยังตามมาด้วยคำสาปแช่ง จึงถือโอกาสนี้เปิดมุมมองทั้ง 5 เสือ ว่าประสบการณ์ชีวิตบนเก้าอี้ กกต. เป็นอย่างไรบ้าง

เริ่มต้นที่นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ถึงกับออกปากว่า ตลอดการทำงานที่ผ่านมาแม้ต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรคมากมาย ถูกกดดันจากหลายฝ่าย มีทั้งขมขู่ กดดัน ขนาดตนเองยังโดนปาประทัดยักษ์ใส่บ้าน หรือบางกลุ่มก็ไปเผาโรงศพถึงที่สำนักงานกกต. แต่ทุกคนไม่ได้หวั่นไหว สามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ด้วยดี จนจะครบวาระทั้งที่ไม่เคยคิดว่า กกต.ชุดนี้จะอยู่ทำงานจนครบเทอม

ในมุมมองของฝ่ายที่ไม่ประทับใจผลงาน ของ กกต. นายอภิชาตถูกชี้เป้าว่า เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของฝ่ายอำมาตย์ที่จ้องจะล้มขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยไปบ้านใคร ไม่เคยไปหาใคร นักการเมืองยิ่งอยู่ห่าง ไม่ว่าฝ่ายไหน ยืนยันว่ามีความเป็นตัวเอง

ทำให้นานาชาติยังชื่นชม กกต.ที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งด้วยความโปร่งใส แทบจะไม่มีชาติใดมาตำหนิว่ากกต.ทำงานบกพร่องเลย 

แต่ หลังจากพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว สิ่งที่อยากเห็นคือ อยากเห็นสังคมไทยกลับมาสู่สังคมที่มีแต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักและสามัคคีต่อกัน ไม่แบ่งค่ายแบ่งฝ่าย หรือแบ่งสีเสื้อ ทุกคนสามารถคิดเห็นแตกต่างได้ แต่ไม่ควรเป็นศัตรูกันเพราะความเห็นต่าง ควรคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ประชาธิปไตยจะแท้จริงได้ถ้าประชาชนมีส่วนร่วม

“ท้ายที่สุดแล้วอยาก ให้ กกต.ได้เป็นที่พึ่งของประชาชนไม่ต่างจากศาลยุติธรรม เพราะเราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายไหน ยังยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นอำมาตย์ตามที่ใครๆกล่าวหาอย่างแน่นอน”

อีก มุมมองของเสือตัวที่สอง ที่ควบคุมดูแลงานด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นายประพันธ์ นัยโกวิท บอกว่า ไม่เคยมีความตั้งใจจะมาเป็น กกต. แต่ที่ได้มาเป็นเพราะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เป็นผู้เลือกให้มาดำรงตำแหน่ง ถือเป็นความภาคภูมิใจ และตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำงาน กกต.ไม่ให้เสื่อมเสีย

ผ่าน มา 7 ปี คิดว่าทำได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพราะทำด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม ที่ผ่านมาช่วงเลือกตั้งทั่วไป 3 กรกฎาคม 2554 มีคนมาติดต่อขอพบขอให้ขอลาออกจาก กกต. แถมขู่ว่าถ้าไม่ลาออกจะถูกเล่นงานอย่างหนัก ถือได้ว่ากกต.ชุดนี้ถูกกดดันมาก แต่ก็พอใจ

โดยเฉพาะการจัดการเลือกตั้งระดับชาติ 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และวันที่ 3 กรกฎหาคม 2554 เป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะเดียวกันต้องทำควบคู่ไปกับการพลิกฟื้นความเชื่อมั่น หลังกกต.ชุดก่อนหน้า สูญเสียความศรัทธาจากประชาชน จนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเมื่อเดือน เมษายน 2549 เป็นโมฆะ 

การ ทำงานจะพิจารณาตามข้อกฎมายและข้อเท็จจริง ไม่ได้ดูตัวคนที่ถูกร้องเป็นใคร อยู่พรรคไหน ที่มีการพูดว่า กกต.เอนเอียงไปช่วยพรรคการเมืองหนึ่ง จริงๆแล้วเราให้ใบเหลือง ใบแดงเกือบทุกพรรค แต่ยอมรับว่าตลอดเวลาการทำงาน มีแรงกดดันจากฝ่ายต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและคนในครอบครัว มีการโทรศัพท์ข่มขู่

เมื่อหมดวาระไปแล้วจะขออยู่บ้านเลี้ยงหลาน ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป ส่วนกกต.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาเชื่อว่าจะสานงานและจัดการเลือกตั้งให้สุจริตได้ การเมืองไทยยังมีความหวัง เพราะระบบเลือกตั้งของไทยอยู่ในระบบดีแล้ว ได้มาตรฐานสากล ที่เหลือคือการพัฒนาทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมือง ประชาชนต้องเลือกและตัดสินใจที่ดี วัฒนธรรมการเมืองถือเป็นสิ่งสำคัญ อย่าไปเดินนอกทางให้เดินในเส้นทางประชาธิปไตย เดินอยู่ในกรอบของระเบียบกฎหมาย ประเทศไทยก็เดินไปได้

“ไม่ว่าเสื้อ เหลือง เสื้อแดง เสื้อสีอะไร หรือแม้แต่กลุ่มหน้ากากขาว เป็นแค่ปรากฏการณ์ ...เชื่อว่าวิกฤติการเมือแบบปี 2553 ไม่น่าจะมีขึ้นอีกแล้ว คิดว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าบ้านเมืองมีปัญหา คงไม่อยากให้มีปัญหาขึ้นอีก คิดว่าการเลือกตั้งทั่วไปไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เพราะไม่มีเหตุบ่งชี้ และรัฐบาลก็ยังเหลือวาระอีก 2 ปี คงมีอย่างเดียวคือการเดินออกมาใส่หน้ากากแล้วมีเหตุทำให้ต้องมีการจัดการ เลือกตั้ง

ขณะที่นายสมชัย จึงประเสริฐ เสือตัวที่สามที่ต้องดูแลงานสืบสวนสอบสวน มองว่ายังไม่พอใจกับการทำงานโดยเฉพาะการจัดการเลือกตั้ง แม้หลายคนจะพอใจ แต่ก็ได้ยินคนด่ามากกว่าคนชม จึงอยากให้ กกต.ปรับวิธีการ ขั้นตอนและแนวคิด รวมถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ควรปรับจูนให้ได้

ถามว่า 7 ปีพอใจการทำงานหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่พอใจ จะพอใจอย่างเดียวคือ มีคนชงกาแฟให้ มีคนขับรถให้ จนวันนี้ขับรถแทบไม่เป็น ส่วนการกดดันข่มขู่มีแน่ ถึงขั้นท้าต่อยยิงกันก็มี บางคนก็ไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มกัน ส่วนตัวไม่ชอบเลยไม่เอา

เรื่อง ความศรัทธาต่อกกต. ก็เป็นของแต่ละคน สังคมศรัทธา กกต.เป็นบางคน  แต่ละกลุ่มศรัทธาไม่เหมือนกัน ศรัทธาครบ 5 คนไม่มี มันแยกกันศรัทธา คนนี้ตัดสินถูกใจก็ว่าดี  คนนี้ตัดสินใจไม่ถูกใจก็ว่าไม่ดี เลว ดังนั้นดีเลวอยู่ที่ตัวเราหลังจากหมดวาระคงอยู่บ้าน บั้นปลายชีวิตคงเหลือเวลาให้ตัวเอง คิดว่าคงพอแล้วไม่กลับมาทำงานอีกแล้ว ขอพอแค่นี้

ท้ายสุดคงไม่ฝากอะไรกับนักการเมือง ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงโดยกลไกของตัวเอง

สำหรับ นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น ดูแลด้านกิจการการมีส่วนร่วม เสือตัวที่สี่บอกว่า การมอง กกต.ของแต่ละคน แล้วแต่ทัศนคติของคนมอง แต่ตนแยกการทำงานกับเรื่องส่วนตัว การวินิจฉัยคดียึดตามข้อเท็จจริง ตามเนื้อผ้าและข้อกฎหมาย ไม่มีใครมากดดันได้

ในมุมมองของตนเห็นว่า กฎหมายบางฉบับต้องมีการแก้ไข เพราะหยุมหยิมเกินไป บางฉบับลงไปถึงรายละเอียด อย่างกฎหมายพรรคการเมือง ไม่ควรมีการยุบพรรคอีก ควรให้ประชาชนตัดสินว่าจะสนับสนุนพรรคนั้นๆต่อไปอีกหรือไม่

ช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมา การเมืองไทยมีความแตกต่างทางความคิดมาก นำไปสู่ความแตกแยก ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ต้องการเห็นสงครามกลางเมือง เป็นคนไทยด้วยกันน่าจะมานั่งคุยกัน บางทีเรื่องในอดีตผ่านมาแล้วอะไรลืมได้ก็ลืม อภัยได้ก็อภัย นำมาเป็นบทเรียนต่อไป มาเริ่มกันใหม่ เพราะอยู่ประเทศเดียวกัน

“ทุก คนต้องตายกันหมด แต่ก่อนตายทำไมไม่ให้คนอื่นมีความสุขมากกว่าความทุกข์ การแก้ไขความขัดแย้งคงไปบังคับความคิดใครไม่ได้ แต่หวังว่าคนจะเข้าใจ แต่หากทุกคนยังมีทิฐิกันไม่เลิก ความรุนแรงก็อาจหลีกเลี่ยงยาก”

ขณะ ที่เสือกตัวที่ห้า หลายคนให้ฉายาว่านางสิงห์ เพราะเป็นกกต.หญิงเพียง 1 เดียวใน 5 ชาย นางสดศรี สัตยธรรม บอกว่า การทำงานไม่เคยแบ่งเพศ แบ่งสีหรือแบ่งค่าย และการวินิจฉัยคดีต้องไม่มีสี ต้องให้คำตอบและอธิบายเหตุผลให้ประชาชนได้ จึงจะเป็นเกราะป้องกัน

พอใจ ในการทำงาน 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะคลื่นลมถาโถมมาตลอด จะทำอะไรที่จะยืนได้ในขณะที่คลื่นลมแรง ก็ต้องอดทน ยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลัก บอกว่า กกต.เป็นอำมาตย์ ก็แล้วแต่มุมมอง แต่เราทำให้เห็นว่า กกต.ไม่ใช่คนของค่ายไหน แต่จะมีหรือไม่ก็อยู่ที่แต่ละคนจะพูดความจริงกันหรือไม่

การวินิจฉัย คดีแน่นอนย่อมมีฝ่ายที่ได้และเสียประโยชน์ ฝ่ายที่เสียก็คิดว่าเราคือศัตรู ฝ่ายที่ได้ประโยชน์ก็โอเค ถ้าเทียบกับการเป็นผู้พิพากษามา 35 ปี กกต.หนักมาก มีความรู้สึกที่เค้าพูดกันว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องจริง เราไม่ใช่นักการเมืองแต่ก็เอื้อมมือไปแตะการเมือง แน่นอนคนที่เสียประโยชน์ต้องวิพากษ์วิจารณ์เรา ใส่สีตีไข่ให้เสียหาย

แต่ ที่น่าหนักใจคือ การนำครอบครัวมาเล่นด้วย เล่นกับตัวเองเราไม่หนักใจ แต่เอาครอบครัวมายุ่งเกี่ยว ถือว่าไม่แฟร์ หลายครั้งเอาลูกสาวมาเล่นด้วย น่าสงสารเพราะเค้าไม่รู้เรื่องด้วย ถึงบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องน่ากลัว ไม่เคยปราณีใคร ใครมาแตะก็ได้รับผลนั้น และบังเอิญเป็นผู้หญิงคนเดียว แสดงบทบาทไม่เหมือนคนอื่น จึงถูกเพ็งเล็งเป็นพิเศษ

2 เดือนจากนี้ไป นางสดศรียอมรับว่า มีสัญญาณบางอย่างบอกถึงความไม่ปกติ เช่นกรณี นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ลาออกทั้งที่มีเวลาอีก 4 ปี คนระดับนี้ลาออกทุกตำแหน่งมันน่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เท่าที่รู้จักนายวสันต์เป็นคนเอาจริงเอาจัง เป็นคนไม่ยอมใคร

ประจวบ กับจะเปิดสมัยประชุมสภาฯ มีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มันจะเกิดอะไร จะเกิดการปฏิวัติที่ไม่ใช่โดยกองทัพทหาร แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็น่าห่วง ไม่อยากให้ประเทศชาติเกิดสงครามกลางเมือง บ้านเมืองกำลังเดินไปด้วยดี แต่มันมีสัญญาอะไรบางอย่างจนทำให้ไม่สบายใจ ทุกอย่างกำลังประมวลผล ทุกอย่างกำลังเข้ามาบรรจบกัน เมื่อมาถึงช่องแคบที่ไม่สามารถไปได้อีกแล้ว จะเกิดอะไรต่อไป เรากำลังเจออะไรข้างหน้า ซึ่งตนอาจกังวลผิดไปก็ได้         

“หมอดูบอกว่าดาวหลักมาเล็งตรงกัน บางครั้งเราไม่เชื่อ แต่โหราศาสตร์คือการรวบรวมสถิติ รวบรวมเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยโบราณ ทางโหราศาสตร์ก็เตือน ต่างประเทศก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ประเทศอียิปต์ ซึ่งคล้ายๆบ้านเรา เมื่อมีเหตุการณ์ตัวอย่าง ยอมรับว่ากังวลกับเหตุการณ์ที่จะเกิดใน 2 เดือนจากนี้ไป”

        คำเปิดใจถึงความรู้ส็กตลอดเวลา ที่ 5 เสือ กกต.ทำงาน  ซึ่งได้รับทั้งก้อนอิฐและดอกไม้  ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะไม่ได้กลับมาทำหน้าจัดการเลือกตั้งอีกคนรั้ง. !!!!!


เหยี่ยวดง / โต๊ะข่าวการเมืือง : รายงาน

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter