ในประเทศ

ในประเทศ 2014-05-21, 18:47:24

แถลงการณ์ 4 องค์กรสื่อ จี้ กอ.รส. ทบทวนการใช้อำนาจตามกฏอัยการศึก

ลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน


4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ออกแถลงการณ์ ถึง กอ.รส. ขอให้ทบทวนการใช้อำนาจตามกฏอัยการศึกลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน


--------------------


แถลงการณ์เรื่อง ขอให้ กอ.รส. ทบทวนการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก

ลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน


ตามที่กองทัพบกมีประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 และได้มีประกาศคำสั่งออกมาหลายฉบับ เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ประกอบด้วยคำสั่งฉบับที่ 3/2557 และคำสั่งฉบับที่ 6/2557 คำสั่งฉบับที่ 7/2557 คำสั่งฉบับที่ 8/2557 และคำสั่งฉบับที่ 9/2557 นั้น

องค์กรวิชาชีพสื่อประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่า คำสั่งของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) มีเนื้อหาที่กระทบกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ที่รับรอง “เสรีภาพแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาหรือการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น“ อยู่หลายประการ จึงมีข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1.คำสั่งฉบับที่ 6/2557 และคำสั่งฉบับที่ 7/2557 ของ กอ.รส. ซึ่งขอความร่วมมือให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 14 แห่งและสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด ให้ระงับการออกอากาศจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงนั้น อาจมีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 45 วรรค 3 ที่บัญญัติว่า “การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่นๆ เพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำมิได้” ซึ่งเป็นบทบัญญัติห้ามฝ่าฝืนโดยเด็ดขาด นอกจากนั้น ความในวรรคต่อมา ที่บัญญัติว่า “การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็น ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้เช่นกัน แม้จะมีข้อยกเว้นแต่ก็เป็นการยกเว้นที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานในเสรีภาพการ แสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องบังคับใช้ด้วยความระมัดระวังให้มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสื่อมวลชนน้อยที่สุด

ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมามีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุที่นำเสนอ เนื้อหาทางการเมืองบางสถานี ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มีการถ่ายทอดสดการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีการปราศรัยหรือ อภิปรายซึ่งบางครั้งมีลักษณะเป็นการยุยงให้เกิดความเกลียดชัง(Hate Speech) ขาดความตระหนักถึงการใช้เสรีภาพบนความรับผิดชอบ จนอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น กอ.รส. ควรใช้โอกาสนี้ ขอความร่วมมือจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการ กำกับดูแลให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้แต่ละสถานีมีผังรายการที่ชัดเจน เพื่อส่งเสริมให้มีการตระหนักถึงหลักการ “เสรีภาพบนความรับผิดชอบ” และขอเรียกร้องให้ กอ.รส. พิจารณาอย่างรอบคอบในการใช้อำนาจสั่งปิดสื่อที่อาจเข้าข่ายก่อให้เกิดการ ขยายความขัดแย้ง บิดเบือน และสร้างความสับสนให้กับสังคม ซึ่งเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างรุนแรง

2.ขอเรียกร้องให้ กอ.รส. ยกเลิกคำสั่งที่ 9/2557 ที่ห้ามเชิญบุคคลให้สัมภาษณ์ หรือแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อประเภทต่างๆ โดยทันที เพราะถือเป็นการจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็นและไม่สอดคล้องกับ หลักการของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างและกอง บรรณาธิการสื่อต่างๆ ก็มีดุลพินิจที่จะเชิญบุคคลให้แสดงความเห็นหรือสัมภาษณ์ที่ไม่นำไปสู่การ ขยายความขัดแย้งและความรุนแรงได้อยู่แล้ว

3.องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่าการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก มีผลกระทบต่อเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างกว้างขวาง ดังนั้น กอ.รส.ควรประกาศเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่าจะสนับสนุนและไม่ขัดขวางการปฏิบัติ หน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมทั้งให้ความเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการนำเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้องครบถ้วนและรอบด้าน รวมทั้งเคารพเสรีภาพของสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการแสดงจุดยืนดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน และได้รับการยอมรับในสายตาของนานาชาติที่กำลังจับตามองความเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้

4.ขอเรียกร้องมายังผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคนให้ตระหนักว่า ต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อ่อนไหว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สื่อทุกแขนงต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูงในการปฏิบัติ งาน เพื่อจะไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด ตลอดจนทำงานด้วยความรับผิดชอบและยึดมั่นในหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพโดย เคร่งครัด



สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย


21 พฤษภาคม 2557



แถลงการณ์ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ

แถลงการณ์ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ


Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter