การเมือง

การเมือง / 5 พฤศจิกายน 2556, 13:00

คำต่อคำ! ยิ่งลักษณ์แถลงด่วน ท่าทีรัฐบาลต่อพ.ร.บ.นิรโทษกรรม



 


เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงท่าทีของรัฐบาลต่อพ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีเนื้อหาดังต่อไปนี้


หากความขัดแย้งดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป เป็นการบั่นทอนต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ ดฺิฉันได้ประกาศใช้นโยบายอย่างชัดแจ้งจะร่วมสร้างความปรองดองของประเทศชาติใช้หลักนิติธรรม และต้องการเห็นกลไกของอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ได้แก่นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นไปอย่างสมดุล ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐบาล ต้องการเห็นความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้ ดิฉันได้เสนอแนวทางสร้างเวทีปฏิรูปการเมืองทุกฝ่าย ที่มีทั้งความคิดเห็นแตกต่าง และความคิดเห็นหลากหลาย ซึ่งเป็นกลไกหลายกลไกที่หวังจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ได้ แต่ขณะเดียวกันภายใต้กลไกความสมดุลในระบอบประชาธิปไตยนั้น จะทำให้เห็นได้หลายเวลาว่า เมื่อฝ่ายสภาฯ ได้เสนอร่างกฎหมายต่างๆ หรือแม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นโดยซีกของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิื่งตัวดิฉันในฐานะนายกฯ ก็ไม่ได้ก้าวก่ายกลไกทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเลย กระทั่งดิฉันกลับถูกกล่าวหาว่าละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ทั้งที่ดิฉันต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่

สำหรับการที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดการถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบันนั้น ข้อเท็จจริงแล้วในหลายประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมืองถึงขั้นรุนแรง มีการเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สินนั้น ก็มีการนิรโทษกรรมมาก่อน และบทเรียนที่ประเทศไทยต้ืองศึกษา แล้วหลักของนิรโทษกรรมนั้นก็เป็นทางออกทางออกหนึ่งที่ควรจะพิจารณา เพราะหากทุกฝ่ายเรียนรู้จะให้อภัยซึ่งกัน เชื่อว่าความขัดแย้งย่อมลดลง และเชื่อว่าทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ แต่น่าเสียใจอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ที่ผ่านมามีประชาชนนับร้อยสูญเสียชีวิต และอีกหลายพันคนบาดเจ็บ ที่มาจากความรุนแรง และความขัดแย้งที่มีต้นตอมาจากความคิดล้มล้างรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการนิรโทษกรรมไม่ได้หมายความว่าจะให้เราลืมบทเรียนอันเจ็บปวด เราทุกคนต้องเรียนรู้ เข้าใจ เพื่อไม่ให้ลูกหลานของเราเผชิญกับเหตุการณ์นี้อีก และขณะเดียวกันเราต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเราต้องเดินหน้าได้ เราจะติดหล่มจนประเทศชาติจะต้องอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้งต่อไปไม่ได้ 

หากจะให้บ้านเมืองสงบการให้อภัยนั้น ต้องปราศจากอคติ ไม่ใช้อารมณ์ และเปิดใจกว้างให้ทุกฝ่ายของความขัดแย้งได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเต็มที่ ซึ่งดิฉันเข้าใจว่า หลายอย่างทำได้ยาก แต่เราต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าความเจ็บปวดส่วนตน

มาถึงวันนรี้เราพบว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ผ่านการพิจารณา สภาฯเสร็จแล้วนั้น ได้มีการนำเสนอสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งเห็นว่าเป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และกลไกปกติของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่มีความคิดเห็นแตกต่างอย่างหนัก ทำให้เกิดข้องขัดแย้งของคนในชาติหลายกลุ่ม หลายสถาบัน มีทั้งพรรคการเมืองด้วยกัน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตามเมื่อสภาฯ ผ่านพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ยังเห็นได้ว่ามีคนไทยหลายกลุ่มยังมีความคิดเห็นแตกต่างกัน และยังไม่พร้อมที่จะให้อภัย ทั้งที่มีท่าทีที่จะเป็นบ่อเกิดที่จะนำไปสู่ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ดิฉันไม่อยากเห็นการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำให้เกิดข้อถกเถียงหรือมีการให้ข้อมูลที่สับสน และถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะล้มล้างรัฐบาล และระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง การบิดเบือนนั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน หากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินดิฉันในฐานะนายกฯต้องลงนาม ซึ่งดิฉันไม่เคยลงนามใดๆ เลย

ที่สำคัญมีความพยายามที่จะบิดเบือนว่ากฎหมายจะกลบเกลื่อนการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งก็เป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งพ.ร.บ.นี้เป็นกฎหมายที่ยกโทษให้ผู้ที่ได้รับผลพวงจากทางการเมือง การรัฐประหารที่ไม่อยู่ในหลักนิติธรรมรวมทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ดิฉันขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และจะไม่ใช้เสียงข้างมากมาฝืนความรู้สึกของประชาชนเด็ดขาด เพราะรัฐบาลของดิฉันเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน ย่อมต้องฟังทั้งเสียงที่สนับสนุน และเสียงที่คัดค้าน

เป้าหมายรัฐบาลชุดนี้ คือสร้างความปรองดองทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้วิถีทางประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยใช้เหตุและผล ไม่ใช่การใช้อารมณ์

ภายใต้บรรยากาศความขัดแย้งที่ปะทุอยู่ขณะนี้ รัฐบาลเห็นว่าทุกฝ่ายน่าที่จะหยุดคิดหยุดกระทำที่จะสร้างความแตกแยกต่อไป ทั้งนี้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหากถือว่าตามขั้นตอนของกระบวนการกฎหมายก็ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา ดิฉันจึงใคร่ขอเสนอว่า ให้วุฒิสภาโดยวุฒิสมาชิกซึ่งเป็นทั้งตัวแทนที่มาจากการแต่งตั้ง และเลือกตั้ง ทั้งเป็นกลุ่มมาจากการเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ได้กรุณาใช้ดุลยพินิจอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าวุฒิสมาชิกนั้นไม่มีใครก้าวก่ายได้ ให้ได้โปรดใช้ดุลยพินิจพิจารณาโดยอาศัยพื้นฐานของความปรองดอง ความเมตตาธรรมแก่ผู้ที่เดือดร้อนและผู้ที่เจ็บปวดมาเป็นเวลานานให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ซึ่งการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และไม่ว่าวุฒิสภาจะตัดสินอย่างไร จะไม่เห็นด้วย จะยับยั้งกฎหมาย หรือจะมีการแก้ไขก็ตาม ดิฉันเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงคะแนนผ่านพระราชบัญญัติฉบันนั้นไปแล้วจะยอมรับการตัดสินใจด้วยเหตุด้วยผลเพื่อความปรองดองของคนในชาติ ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยในระบบบรัฐสภา อันเป็นเป้าหมายหลักที่เราต้องช่วยกันรักษาไว้เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยทุกคน

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ทำงานอย่างหนัก ในฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อสนับสนุนแนวทางปรองดอง ซึ่งถือว่าทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่อย่างเต็มกำลังสุดความสามารถแล้วเพื่อประเทศชาติ 

และขอใช้เวลาต่อจากนี้ไปเป็นเวลาของคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ ในการพิจารณาแนวทางด้วยความเป็นธรรม ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่มีอคติ ไม่มีอารมณ์ ด้วยใจที่เปิดรับ และเห็นอกเห็นใจกัน  อันเป็นพื้นฐานสำคัญแห่งความปรองดอง ที่ประชาชนคนไทยต้องการ

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter