การเมือง

การเมือง / 26 พฤศจิกายน 2556


ยื่นหลักฐานขอออกหมายจับ“สุเทพ”พร้อมแกนนำม็อบแล้ว





บช.น.เผยพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อยื่นหลักฐานขอออกหมายจับ"สุเทพ"พร้อมแกนนำม็อบแล้ว

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 25-26 พฤศจิกายนว่า 1.กลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำผู้ชุมนุมจำนวน 8,000 คน เข้าไปยึดที่บริเวณกระทรวงการคลัง เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 25 พ.ย. และได้เข้าไปอยู่ภายในกระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์ โดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีจำนวนผู้ชุมนุม 2,000 คน 2.กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายอุทัย ยอดมณี ได้นำผู้ชุมนุมจำนวน 3,000 คน เข้าไปอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 25 พ.ย. จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีจำนวนผู้ชุมนุม 200 คน ขณะเดียวกันที่เวทีนางเลิ้งยังมีการชุมนุมอยู่ โดยมียอดผู้ชุมนุม จำนวน 50 คน ส่วนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีนายสาธิต วงศ์หนองเตย และกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำ ยังคงมีการชุมนุมและมีการปราศรัย โดยขณะนี้มีจำนวนผู้ชุมนุม 4,000 คน และกลุ่มประชาชนปฏิวัติปฏิรูปประเทศไทยยังคงมีการชุมนุมและปราศรัยอยู่ที่บริเวณแยกมัฆวาน ขณะนี้มีจำนวนผู้ชุมนุม 800 คน

สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า กรณีนายนิค นอสติทซ์ ชาวเยอรมัน อายุ 45 ปี อาชีพนักข่าวอิสระ ได้เข้ามาทำข่าวการชุมนุมที่บริเวณแยกกอง พล.1 เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลาประมาณ 13.30 น. ซึ่งขณะนั้นได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายชุมพล จุลใส มาชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณดังกล่าว และได้เกิดเหตุมีกลุ่มการ์ดรุมทำร้ายนายนิค จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือให้เข้ามาอยู่ในที่ปลอดภัย บริเวณหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวมาปฐมพยาบาล ที่หน่วยพยาบาลของ รพ.ตร. บช.น. และได้นำตัวส่ง รพ.ตร. โดยผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่ สน.สามเสน ในวันนี้ เวลา 12.00 น.

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้มาชุมนุมที่บริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลาประมาณ 14.30 น. นั้น พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ได้เกิดเหตุมีผู้ชุมนุม 2 ราย คือ นายกำแพง ชาตรีชวาลกร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร และนายวิวรรธน์ บุนนาค อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208 ซอยพหลโยธิน 44 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันยกลวดหนามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นแนวกั้นออกแล้วบุกเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้ประกาศห้ามบุคคลเข้า หรือต้องออกจากพื้นที่ดังกล่าว จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว และนำตัวส่งสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามคดีอาญาที่ 426/2556 ลงวันที่ 25 พ.ย. ในข้อหา ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศและข้อกำหนดห้ามบุคคลเข้า หรือต้องออกจากพื้นที่หรือสถานที่ที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำมวลชนไปชุมนุมที่บริเวณหน้าสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และได้เข้าไปบุกยึดภายในกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 11.00 น. และในเวลาประมาณ 13.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้แยกตัวไปบุกยึดที่กรมประชาสัมพันธ์อีกแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวได้อยู่ภายในกระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกรณีการบุกยึดกระทรวงการคลังนั้น ขณะนี้ทาง สน.บางซื่อได้รับคำร้องทุกข์ ไว้ตามคดีอาญาที่ 2496/2556 ลงวันที่ 25 พ.ย. ในข้อหากระทำด้วยวิธีอื่นใดเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ผู้ที่กระทำการมั่วสุม ตามมาตรา 215 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 และร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ประกอบมาตรา 362 และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ทั้งนี้ ทางกระทรวงการคลังจะไปยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินต่อศาลแพ่ง ให้ศาลมีคำสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกไปจากพื้นที่กระทรวงการคลังต่อไป

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายอุทัย ยอดมณี ได้นำมวลชนเข้าไปบุกยึดภายในกระทรวงการต่างประเทศ และอยู่ภายในกระทรวงการต่างประเทศโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เวลา 19.30 น.นั้น ทาง สน.พญาไทได้ประสานกับทางกระทรวงการต่างประเทศให้มาแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการปลุกระดมมวลชนให้เข้าร่วมประท้วงปิดล้อม และยึดสถานที่ราชการ โดยมุ่งหวังจะจะขัดขวางการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต, จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี เฉพาะอำเภอลาดหลุมแก้ว และจังหวัดสมุทรปราการ เฉพาะอำเภอบางพลี โดยทุกพื้นที่ดังกล่าวมีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.

"บช.น.ขอวิงวอนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่าสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในประเทศ เพราะจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทั้งระบบเศรษฐกิจและทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน และยังเสียชื่อเสียงในสายตาของต่างประเทศอีกด้วย โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมุ่งมั่นดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน และดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้มีความคล่องตัวให้มากที่สุด" โฆษก บช.น.กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการนำถุงดำครอบปิดกล้องวงจรปิดบริเวณแยกวัดเบญจฯนั้น พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า กรณีกล้องวงจรปิดได้ประสานกับที่ทำการส่วนหน้าคือ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น.7 ตรวจสอบแล้วทราบว่าภาพที่นำไปลงบนโซเชียลมีเดียนั้น เป็นภาพเก่าที่ถูกนำมาตัดต่อ โดยได้นำข้อมูลดังกล่าวส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แล้ว ซึ่งในโซเชียลมีเดียเป็นการสร้างภาพเพื่อการปลุกระดมเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย เป็นกรณีตัดต่อจริง ก็จะพิจารณาข้อกฎหมายด้วย ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ปกติ ส่วนทางกรณีที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำภาพจากกล้องซีซีทีวีของ กทม.มาใช้นั้น จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินคดีหรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ถ้าหากมีการตัดต่อก็มีความผิดจะต้องดำเนินการต่อไป

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter