การเมือง

การเมือง | 15 มกราคม 2557, 9:58 รายงานโดย : คีตะมัชฌิมา

จาก “ปิดกรุงเทพฯ”  สู่ “ขับไล่ตระกูลชิน” เกมการเมืองไทยกับโหมด “สงครามยืดเยื้อ”


ปิดกรุง


แม้จะทำได้แต่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ สำหรับการเดินทางของกลุ่มผู้ชุมนุมจาก กปปส.ที่มี “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตรองนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียกตัวเองว่า “มวลมหาประชาชน” บนยุทธการ “SHUT DOWN BANGKOK”  ทั้งจากจำนวนคน และจากยุทธวิธี 

บนเสียงสะท้อนจากสื่อต่างชาติ ออกมาในทำนอง “ไม่สมราคา” เพราะนอกจาก “จำนวนคน” ที่หดหายจากจุดพีคเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาไปกว่าครึ่ง ในกลเกมยุทธวิธีการเดินทัพ ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆแถม “ตกหลุมพรางตัวเอง” ดังที่ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” อดีต ส.ส.ร่วมฝ่ายค้าน ได้ปรามาสผ่านโลกออนไลน์ 

 กับปรากฏการณ์ที่ทำให้คนกรุงแนวร่วมม็อบเองต้องถึงกับกลืนเลือดอย่างกระอักกระอ่วน !! ประสานเสียงเข้ากับสื่ออย่างรอยเตอร์ เอเอฟพี หรือแม้แต่อัลจาซีเราะห์ ที่ให้ราคา“ม็อบหลักหมื่น” กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความ “ประสบความสำเร็จไม่เท่าที่ควร” ประการสำคัญ ที่แกนนำ และทีมยุทธศาสตร์ของ กปปส.ต้องกลับไปทำการบ้านให้หนัก 

แต่ใช่ว่าจะมีแต่จำนวนคน และยุทธวิธีที่ไม่ถึงเป้าหมายให้ได้แต่เพียงคำว่า “ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเท่านั้นเรื่องของเป้าหมายใหญ่กับการ“สร้างเงื่อนไข” เปิดทางให้ “ท็อปบูท”เข้ามาดูแลเบ็ดเสร็จเองก็ยังไม่ง่าย 

เปรียบเทียบได้กับข้าวที่หุงสุกแล้วสุกอีก แต่ “กับข้าว” ดันยังทำไม่เสร็จ เลยเป็นเรื่อง“อดรับประทาน” เพราะเงื่อนไขของม็อบที่สุกงอม แต่เงื่อนในในกองทัพไม่เอื้ออำนวย 

นับจากบรรทัดนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือ ข่าวเล่าอ้างการทำรัฐประหารมาเกือบตลอดหลังปีใหม่ แต่สุดท้ายก็เข้าข่าย “นัดแล้วไม่มา” อีกตามเคย บนเสียงกระซิบจากวงใน เกี่ยวกับเอกภาพ และ ศักยภาพที่ประเมินแล้วว่า “เสี่ยงไปไม่คุ้ม” ที่หลุดจากนายทหารระดับเสนาธิการ ไปถึงหูของ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผบ.ทบ.ที่ไม่รู้ ว่าจริงหรือเท็จ คงต้องรอตรวจสอบอีกครั้ง ที่ ผบ.ทบ.เจ้าอารมณ์รายนี้ ถึงกับต้องแตะเบรกรุ่นน้อง “บูรพาพยัคฆ์” แบบ นาทีสุดท้าย 

เป็นข่าวร้ายของม็อบซ้ำสอง เมื่อมีแว่วๆออกมาเกี่ยวกับสายบังคับบัญชาทัพบกระหว่าง “บูรพาพยัคฆ์” และ “วงศ์เทวัญ” ที่แม้นใครเดินหน้าทิ้งข้างหลังไม่เหลียวมอง อาจต้องเจอ “แทงข้างหลังทะลุถึงขั้วหัวใจ” นี่ยังไม่ต้องคิดไปไกลถึงสายบังคับบัญชา ในทร.และทอ.ที่ออกอาการตีมึนไม่รู้ไม่ชี้ ใครจะทำไรทำไปไม่รู้ไม่เกี่ยว 

บวกกับแรงแค้นจาก “น้องเล็ก” ที่ถูกกระทำย่ำยีโดยม็อบมาตลอด และกับกระแสข่าว “ทหารพันธุ์ใหม่” ทั้งแดงแตงโม ทั้ง “พันธุ์ใหม่อึดพิเศษ” ที่มีรหัสเรียกขานแบบรู้กันประจำหน่วย ที่แฝงกายอย่างแยบยล ไปแทบทุกหมู่เหล่าของทหารหลัก 

เท่านี้ยังไม่รับรวมมวลชนเสื้อแดง ที่อัดแน่นไปด้วยแรงแค้นสารพัด กับฝ่ายฮาร์ดคอร์ ที่นับวันรอ “เอาคืน” เป็นอีกแรงกดดันรัฐบาลพวกเดียวกัน ให้ปลดโซ่กันเสียที วัดกันแบบให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย 

งานหนักของคนที่คิดจะแอ่น..แอ๊น... ต้องทบทวนแล้วทบทวนอีก ว่าคุ้มกันหรือเปล่า!! 

เรื่องลือเรื่องเล่าอ้างที่ว่ามา กลายเป็นที่มาของคำว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย” และกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับม็อบกปปส.ที่เดินหน้าหุงข้าวจนสุกพร้อมจะรับประทาน แต่กลับต้องอด เพราะกับข้าวไม่เสร็จ
ยังไม่จบถึงเหตุผลที่ “กับข้าวไม่เสร็จ” ท่ามกลางกระแสข่าวลืออีกเช่นเคย ด้วยโทรศัพท์สายสำคัญจากมิตรต่างชาติใกล้บ้าน “หัวดำ” ที่ย้ำนักย้ำหนาเรื่อง “รัฐประหาร”ว่าไม่อยากให้มี เพราะกลัวเสียผลประโยชน์จากที่ลงทุนลงเงินมาแล้วมากมายผ่านระดับบิ๊กๆ ระดับแบ็คอัพทั้งหลาย รวมถึงท่าทีของมิตรไกล “หัวทอง” ที่เล่นบทโหด ส่งกองเรือบรรทุกเครื่อง และเรือพิฆาตลอยลำในอ่าวไทยรออยู่ถึง สองชาติ 

และไกลไปถึงระดับ “สหประชาชาติ” ด้วย “สายตรง” จาก “บันคีมูน” เลขาUN ส่งสัญญาณผ่านคลื่นอากาศข้ามฟ้ามาหาทั้ง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตผู้นำฝ่ายค้าน เสนอตัวพร้อมเป็นตัวกลาง 

ส่งสัญญาณอย่างมีนัยยะ พร้อมเข้าเป็น “ตัวกลาง” ที่ตีความไปได้ว่า ประเทศไทยที่ไม่พร้อมสำหรับรถไฟความเร็วสูง เพราะยังมีถนนลูกรัง แต่ UN ไม่สนถนนลูกรัง และพร้อม ถ้าไทยกับไทยคุยกันไม่รู้เรื่อง ซึ่ง อาจเป็นนัยยะกลายๆ ที่บอกว่า 

“UN อาจทำได้มากกว่านั้น ทั้งเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง และการแทรกแซงหากเกิดรัฐประหาร!!” 

นี่ยังไม่นับรวมกระแส “แดงแปลงกาย” จุดเทียน “แอ๊บขาวเอาเลือกตั้ง” ที่เป็นอีกกระแสมวลชนที่แสดงพลังไม่เห็นด้วยกับ “ม็อบกำนัน” ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังโตวันโตคืนอย่างน่ากลัว กลายเป็น “ความชอบธรรม”อันหอมหวลชวนคนรุ่นใหม่ให้หลงไหล ทั้งทางโซเชียลมีเดียและทางสังคม 

“แอ๊บขาว” เหล่านี้ มีทั้งนักวิชาการหัวก้าวหน้า ที่สดใหม่ด้วยหน้าตา และสถานะทางสังคม ตัวแทนคนชั้นกลางหัวก้าวหน้า ผูกท้องคล้องแขนไปได้กับชนชั้นล่าง ฐานสำคัญแห่งการเลือกตั้ง ต่างจาก “ม็อบกปปส.” ที่นักวิชาการครูบาอาจารย์ระดับบิ๊กๆ เปิดหน้าเล่นกันแบบ “เสียของ” ทั้งจากวาจา และกริยาที่ดูแคลนเหยียดหยาม ทางชนชั้น จนกลายเป็นวาทะกรรม  “1สิทธิ์ไม่เท่ากัน” ที่ปิดประตูสำหรับพันธมิตรแนวร่วมปัญญาชนและชนชั้นกลางรุ่นใหม่ ตลอดจนถึงรากหญ้าชนชั้นล่าง 

กลายเป็นปัญญาชนคนชั้นสูงตกยุค สร้างเงื่อนไขทางชนชั้น ที่ไม่มีอะไรใหม่ๆ เล่นซ้ำ กันบนหน้าเดิมๆ กับวาทะกรรมแบบ หยาบคาย ดูหมิ่นเหยียดหยาม ให้กลายเป็นที่หมั่นไส้ของคนคิดแบบกลางๆ ให้ต้องทบทวนมุมมองกันใหม่ เกี่ยวกับแนวคิดการปฏิรูปภายใต้เงื้อมมือของ กปปส.

ส่วน “แอ๊บขาว”จะแรงไม่แรงไม่รู้ แต่ก็ถึงขั้นแกนนำแดงคนสำคัญๆ อย่าง “ธิดา ถาวรเศรษฐ์” และ อีกหลายต่อหลายคน คิดถอดเสื้อแดงลงมาจุดเทียนกันด้วยเลยทีเดียวแหละและปฏิเสธไม่ได้ว่า เคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “แอ๊บขาว” ลากยาวไปทะลุกล่องดวงใจ “ประชาธิปัตย์” ในภาคใต้หลายจังหวัด เล่นเอาเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ค้อนควับเกือบกลายเป็นศึกสีเดียวกันขนาดนั้นเชียว 

หยั่งเชิงพร้อมๆ กับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีเสียงคนอยากเลือกตั้งในมือแล้วกว่า 2 ล้านคน เล่นเอาถึงกับต้องพลิกเกมเปลี่ยนยุทธศาสตร์กันใหม่ 

เหตุผลทั้งหมดทำให้ประตูนอกระบบ ถูกปิด แต่อนิจจา....ทัพหน้าอย่างม็อบ กปปส.ได้ยึดเมืองหลวงไปเรียบร้อยแล้ว เลยได้ยินเสียงเพราะๆ จาก “กำนันสุเทพ” ที่ลั่นออกมาดังๆ ว่า “ถอยไม่ได้ ไม่มีวินวิน ต้องชนะไม่มีแพ้” 

ถึงจุดนี้หยั่งใจยากเหลือหลาย ไม่รู้ว่ากำนันได้ข่าวนี้บ้างหรือไม่กับกระแสข่าวลืออีกเช่นกัน ว่า หน่วยเหนือ “เตรียมเปลี่ยนแผนเปลี่ยนยุทธศาสตร์” หยั่งเชิงโยนหินถามทางด้วย องค์กรอิสระ อย่างกกต. ลงมาประวิงเวลา หารือเลื่อนการเลือกตั้ง ที่ “ยิ่งลักษณ์” เองถึงกับต้องลงมานั่งหัวโต๊ะเจรจาหารือร่วมกันกับหลายฝ่ายหลายพรรคการเมือง 

ที่กรณีนี้อาจะเป็นการถอยที่มีสิทธิ์หวนกลับไปตกหลุมอีกครั้ง ดังที่เคยเจอกับกรณี “นิรโทษสุดซอย” มาแล้วก่อนหน้านี้ 

และอาจเป็นสัญญาณกดปุ่มใช้ “องค์กรอิสระเดินหน้า แทนแผนช่างหัวมันโปรเจ็คพิฆาตรัฐบาลตระกูลชิน” ด้วยเงื่อนไขใหม่ “เลือกตั้งก็ได้ แต่ตระกูลชินต้องเว้นวรรค” เปิดสภาได้ด้วยเสียงสนับสนุนนายกคนกลาง จากพรรคอื่นที่หลายคนก็มีลุ้น ก่อนจะเข้า “โหมดปฏิรูป” แล้วยุบสภาคืนอำนาจภายใน ?...ปี 

เพื่อประวิงเวลาสร้างยุทธศาสตร์ ไปขยับกลไกดักทางเพื่อไทยและ “ตระกูลชินวัตร” ไม่ให้ได้กลับเข้ามาได้อีก กลายเป็นแนวคิดใหม่ “SHUT DOWN SHINAWATRA” เป็นอันว่า “นายกฯ พ.พาน” ที่วางไว้ก่อนหน้านี้อาจต้องแต่งชุดขาวรอเป็นแม่สายบัว หันไปพลิกตำราเล่นแผนใช้ตัวละครในระบบ ที่มาตามกติกา อยู่ในเกมที่บังคับง่ายกว่าจากอำนาจนอกระบบ ซึ่งฟังดูลึกล้ำเสียจนน่าเวียนหัว ซึ่งทั้งหมดนี้คงสุดแท้แต่ใครจะมอง

แต่ที่แน่ๆ ด้วยการกลับตัว 360 องศา เล่นเอา “ม็อบกำนันขยับไม่ทัน” มีสิทธิ์  “ถูกลอยแพ” ด้วยตั๋วเครื่องบินเทียวเดียว แบบที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เคยได้ไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อ “หลีกภัย” อาญาแผ่นดินสารพัด หากยุทธการ “SHUT DOWN BANGKOK” ไปไม่ได้ไกลกว่านี้ 

เตรียมกดปุ่มสู่โหมดใหม่ “บนกระดานสงครามยืดเยื้อ” !! 

แม้ทั้งหมดจะเป็นเรื่อง “ลือ” เรื่อง “เล่าอ้าง” ที่ยังหาข้อเท็จจริงอะไรไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่า บางส่วนของทั้งหมดที่กล่าวมา เริ่มมีสัญญาณสะท้อนออกมาให้เห็นแล้วบ้างในบางช่วงตอนแห่งสถานการณ์ร้อนๆ ทางการเมืองที่เกิดขึ้น 

ซึ่งสุดท้ายคงเหลือแต่เพียง “วิจารณญาณ” ที่จะใช่พินิจพิเคราะห์ ไปในแต่ละฉาก จริงเท็จประการใด “ไม่การันตี” เรื่องของการเมืองเรื่องของอำนาจเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ ถ้าจะให้แม่นต้องดูและพิจารณาเอาด้วยตัวเอง 

แต่เชื่อขนมกินได้แน่ๆ ประการหนึ่งคือ “ละครฉากนี้” จะยังคงไม่จบลงง่ายๆ อาจต้องมีภาค 2 ให้คอยติดตามอย่างลุ้นระทึก ชนิดกระพริบตากันไม่ได้เลยทีเดียว

 

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter