เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ 2014-05-7, 19:23:33

นิด้าชี้ผลกระทบการเมือง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจตกต่ำ


ผศ.ดร. ณดา จันทร์สม


ผศ.ดร. ณดา จันทร์สม คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ มองอนาคตประเทศไทยหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ: กรณีความเป็นรัฐมนตรีของ  น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาการเมืองในประเทศ การชุมนมที่ยืดเยื้อ ความไม่ชัดเจนของการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลจะยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลสำคัญต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของไทย  การพยากรณ์เศรษฐกิจโดย NIDA Macro Forecast ในไตรมาสแรกของปี 2557 คาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP  ในช่วงครึ่งปีแรกอาจขยายตัวได้ไม่มากนักประมาณร้อยละ 1.4 และเริ่มกระเตื้องในช่วงครึ่งปีหลังจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวขึ้น หากการเมืองเริ่มคลี่คลายมีความชัดเจนมากขึ้น การส่งออกจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญและขยายตัวได้ร้อยละ 5.6   จึงคาดว่าในปี 2557 เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.6   

อย่างไรก็ดี ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อและยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อใด จึงทำให้การคาดการณ์ที่ผ่านมาจะต้องปรับลดการขยายตัวลง เนื่องจากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในไตรมาสที่สอง และปัญหายังคงน่าจะยืดเยื้อไปถึงช่วงครึ่งปีหลัง  ซึ่งในการคาดการณ์ที่ผ่านมา NIDA Macro Forecast ได้วิเคราะห์ไว้ 3 สถานการณ์ ซึ่งปัจจัยที่จะมีผลต่อการคาดการณ์เศรษฐกิจ ประกอบด้วย  

    1. ปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งมาจากความไม่ชัดเจนทางการเมืองเป็นหลัก ส่งผลต่อ   

        1.1 รายจ่ายภาครัฐบาล ทั้งการบริโภคและการลงทุน

        1.2 ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจซึ่งกระทบทั้งการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน

    2. ปัจจัยภายนอก จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ในปี 2551 และวิกฤตในกลุ่มประเทศยุโรปในปี 2553-2554 ซึ่งการฟื้นตัวมีความไม่แน่นอนอยู่มากว่าจะฟื้นตัวเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง หรือฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หรือสะดุดชะลอตัว

    3. การสะสมสินค้าคงคลังที่มีต่อเนื่องในช่วงปี 2555 – 2556 น่าจะเปลี่ยนเป็นการลดลงของสินค้าคงคลังในช่วงปี 2557 - 2558

      สถานการณ์ที่ 1 ปัญหาการเมืองมีการยืดเยื้อต่อเนื่องถึงครึ่งหลังของปี 2557 และยังไม่มีแนวทางการปฏิรูปและการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นได้ในครึ่งปีแรก คาดว่าจะทำให้ GDP growth ลดลงเหลือร้อยละ 1.9

    สถานการณ์ที่ 2 ปัญหาการเมืองมีการยืดเยื้อต่อเนื่องถึงครึ่งหลังของปี 2557 เหมือนในสถานการณ์ที่ 1 และเจอปัญหาซ้ำซ้อนจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด GDP growth จะปรับตัวลงเหลือร้อยละ 1.4

    สถานการณ์ที่ 3 ปัญหาการเมืองไม่ยืดเยื้อและมีข้อตกลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เหมือนในกรณีพื้นฐาน และเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด GDP growth จะขยายตัวได้ร้อยละ 3.1


 ดังนั้น ผลของการที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และยืดเยื้อไปถึงช่วงครึ่งปีหลังจะทำให้อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ตามสถานการณ์ที่ 1 ที่ประเมินไว้ขยายตัวร้อยละ 1.9 แต่ทั้งนี้หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดี อาจทำให้มีการขยายที่สูงขึ้นได้เล็กน้อย  เนื่องจากการที่ยังไม่มีรัฐบาล และไม่มีสภานิติบัญญัติที่จะทำหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 คาดว่าจะทำให้กระบวนการพิจารณางบประมาณมีความล่าช้า และส่งผลต่อรายจ่ายและการลงทุนของภาครัฐต่อไป และทำให้ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและครัวเรือนในการบริโภคและการลงทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 2 จะสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นในการลงทุนในอนาคตได้ และจะส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนระยะยาวของภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจะส่งผลต่อเนื่องไม่ถึงการว่างงาน และหนี้ครัวเรือนต่อไปได้

นอกจากนั้น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราต่ำจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการพิจารณาการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยในอนาคต  จึงเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่จะมีความรุนแรงมากขึ้น และเป็นผลมาจากการเมืองที่ไม่แน่นอนอย่างชัดเจน


โดย : วีระเกียรติ ตันตราภรณ์
สำนักข่าวเดอะพับลิก/นสพ.เดอะพับลิกโพสต์




Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter