เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจ 2014-07-03

หอการค้าไทยเสนอจุดยืนแก้ไขปัญหาแรงงาน รับนโยบาย คสช. จัดการแรงงานทั้งระบบ

        
หอการค้าไทย


นายภูมินทร์  หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย  กล่าวถึง สถานการณ์ปัญหาแรงงานของไทยว่า กรณีที่ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 3 คือ ประเทศที่ดําเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา และไม่มีความพยายามปรับปรุงแก้ไข นั้น อาจจะส่งผลต่อการส่งออกสินค้าทั้งหมดของไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังทั่วโลก นอกจากนั้น การที่สหภาพยุโรปได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยระบุว่า "สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้มีการเจรจาหารือ การแก้ปัญหาวิกฤติทางการเมืองโดยสันติ และการเคารพต่อหลักการประชาธิปไตยในประเทศไทยมาโดยตลอด ความจําเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ คือการกําหนดกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งที่ชัดเจน เพื่อนําไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถทําหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และมีความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุดโดยขอให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและทํางานร่วมกันเพื่อ ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และขอเรียกร้อง ให้ทหารเคารพต่อมาตรฐานสิทธิมนษุยชนสากล รวมทั้งสิทธิเสรีภาพของสื่อด้วย" ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งอาจรวมถึงสินค้าจากประเทศไทยอีกด้วย

        นายภูมินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตาก็คือ ในเดือนกันยายน กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ จะดำเนินการประกาศรายงานประจำปีเกี่ยวกับสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด (Findings on the Worst Forms of Child Labor) ของประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ที่ได้รับสิทธิพิเศษ GSP. ไทยอยู่ในระดับ “Significant Advancement” (มี 9 ประเทศ จาก 143 ประเทศที่ถูกจัดทำรายงาน) ซึ่งบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีเหตุผลให้เชื่อว่าผลิตโดยการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ (List of Goods Produced by Child Labor or Forced Labor – TVPRA List) ได้แก่- กุ้ง เสื้อผ้า (แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ)  อ้อย สื่อลามก (แรงงานเด็ก) ปลา (แรงงานบังคับ) ซึงคงต้องติดตามดูว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรกับประเทศไทยบ้าง

        อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งเมื่อปี 2556 ส่งออกประมาณ 
7,000 ล้านล้านบาทต่อปี) อีกทั้ง ประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกหลักของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทั้งสด แปรรูป และอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง รวมทั้ง ยังเป็นห่วงโซ่การผลิตของหลาย ๆ อุตสาหกรรมไปยังทั่วโลก โดยมีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในทั่วราชอาณาจักร ประมาณ 1,523,869 คน (ข้อมูลจาก สำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว รวบรวมเดือนพฤษภาคม 2557)

                                                        -2-

นายพจน์  อร่ามวัฒนานนท์  กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  จากการที่สหรัฐฯ ได้จัดอันดับให้อยู่ใน Tier 3 คือ ประเทศที่ดําเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา และไม่มีความพยายามปรับปรุงแก้ไข คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมหารือและจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ 1 การแก้ไขปัญหาแรงงานของประเทศไทย  2 การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว และ 3 การแก้ไขปัญหาแรงงานประมง  ดังนี้

การแก้ไขปัญหาแรงงานของประเทศไทย

ต้องมีการวางแผนในระยะยาว 5 – 10 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไหนของประเทศ เนื่องจากปัญหาแรงงานจะมีความรุนแรง และจะไม่สามารถหาแรงงานมาทดแทนได้เพียงพอ

          ในอนาคตตามแผนการส่งเสริมอุตสาหกรรมในอนาคต

ควรมีมาตรการในการเตรียมความพร้อมในการจัดการแรงงานทั้งระบบอย่างถูกต้องและมีจำนวนแรงงานที่เพียงพอสำหรับประเทศไทยในระยะยาวได้

สนับสนุนงบประมาณการวิจัย และพัฒนา นวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อทดแทนการใช้กำลังแรงงานคน

ควรมีการสนับสนุนสินเชื่อของธนาคารรัฐให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และพัฒนาธุรกิจของตนให้ใช้แรงงานน้อยลง

เตรียมความพร้อมในการวางแผนการพัฒนาคนเพื่อรองรับการขยายตัวในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และศึกษากำลังคนเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงได้

ปรับปรุง และยกระดับระบบการศึกษาไทยในระดับอาชีวศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ

รณรงค์ให้หอการค้าจังหวัด หน่วยงานภาคเอกชน ประชาสัมพันธ์หน่วยงานต่างๆ ให้เห็นความสำคัญของแรงงานต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจ  พร้อมทั้ง ให้หยุดการใช้แรงงานผิดกฎหมาย และให้สอดคล้องกับนโยบายการแก้ไขปัญหาแรงงานของ คสช.

การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว

แรงงานต่างด้าวมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในทุกมิติของการพัฒนาประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบในระยะยาว ร่วมกับประเทศต้นทางของแรงงาน โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สนับสนุนการดำเนินงานของ คสช. ในการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย

                                                 -3-

จัดการแรงงานต่างด้าวให้มีประสิทธิภาพอย่างถูกต้อง มีความชัดเจน ลดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับนายจ้างและลูกจ้าง และสอดคล้องต่อข้อกฎหมาย

เสนอให้ คสช. มีการประสานงานกับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นในการบูรณาการแก้ไขปัญหาแรงงานร่วมกัน

เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์คัดกรอง และรับสมัครงานแรงงานต่างด้าวจากประเทศต้นทาง โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน

เสนอให้มีการจัดหาผู้จัดหาแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งประเทศ 2 ฝ่าย และกำหนดขั้นตอน อัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างชัดเจน และเป็นธรรมทั้งประเทศ 2 ฝ่าย

เสนอให้ผู้จัดหางาน มีการระบุคุณลักษณะงานของแรงงานที่ต้องการอย่างชัดเจน เพื่อลดปัญหาการใช้แรงงานผิดอุตสาหกรรม และเกินความจำเป็นในอุตสาหกรรม นั้น

เสนอให้ BOI พิจารณาผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือต่อไป จนกว่าจะมีนโยบายในการพัฒนาแรงงาน

ต่างด้าวในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาแรงงานประมง

เสนอให้ผู้ประกอบการแปรรูปเบื้องต้น (ล้ง) โรงงานแปรรูปอาหารทะเล ฟาร์ม เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล และเรือประมงดำเนินการตามแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices หรือ GLP)

เสนอให้มีการจัดระเบียบเรือประมงโดยการจดทะเบียนชาวประมง/ผู้ประกอบการประมง ให้มีใบอาชญาบัตรเรือ ออกใบอนุญาตการใช้เครื่องมือทำการประมงและสำรวจแรงงานประมง โดยให้การจัดระเบียบเรือประมง และการประมงทั้งหมด ให้สอดคล้องกับ    แผนแม่บทของกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ ในการอนุรักษ์รักษาธรรมชาติ

บังคับให้แรงงานประมงทั้งหมด (คนไทยและคนต่างด้าว)ไปขึ้นทะเบียนแรงงานประมงให้ถูกต้องภายใต้ศูนย์ประสานแรงงานประมง

เสนอให้มีการจัดทำฐานข้อมูลออนไลน์โดยการบันทึกข้อมูลชาวประมง/ผู้ประกอบการประมง เครื่องมือประมง และแรงงานประมง

สนับสนุนให้มีการตรวจตราเรือประมงที่เข้า – ออก จากฝั่งเพื่อตรวจสอบการทำประมง และป้องปรามการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์

เสนอให้มีการประชาสัมพันธ์ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แก่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคการประมง

ดำเนินการส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้า/ผู้บริโภคสินค้าประมงของไทย ตลอดจนภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศในการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคการประมงของไทย

สนับสนุนให้กระทรวงแรงงานและกรมประมงให้จัดทำ GLP Platform

                                                 -4-

สร้างความร่วมมือในการบริหารจัดการประมงในระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางทรัพยากรร่วมกัน และบริหารแรงงานในเรือประมงร่วมกัน

สนับสนุนให้มีการบริหารจัดการประมงโดยแบ่งตามขนาดเรือ เครื่องมือใช้งาน เพื่อให้การจัดการแรงงานมีความเหมาะสมชัดเจน สามารถนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้

สนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือการวิเคราะห์ในการบริหารจัดการประมงเพื่อติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง โดยใช้ระบบ VMS ที่สามารถให้ข้อมูลวิเคราะห์ทั้งทางการจัดการทรัพยากรทางทะเล และการจัดการทรัพยากรมนุษย์ตามที่ได้ผูกพันกับอนุสัญญาต่างๆที่ทางราชการได้ลงนามไว้

ขอให้มีการประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างขึ้นทะเบียนแรงงานทั้งเรือประมงที่เข้าฝั่ง และเรือที่กำลังทำการประมงอยู่ในทะเลทั้งในและนอกน่านน้ำไทย และให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงลูกเรือกลางทะเลทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการประมงเชิงบูรณาการ

ภาครัฐควรจัดหาแรงงานประมงให้เพียงพอ

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter