เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจ 2014-07-23, 01:21:43

สมอ.เชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่สากล




สมอ. หนุนอุตสาหกรรมไทยทุกระดับ ใช้“มอก.” เป็นใบเบิกทางขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ ทุ่มงบประมาณกว่า 730 ล้านบาท สร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมหลักของประเทศลุยตลาดอาเซียนและตลาดโลก ผ่านการขยายเครือข่ายความร่วมมือ “MRA” ในทุกเวที เดินหน้า “เคาะประตูโรงงาน SMEs” กว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศเข้าสู่ มอก. วางเป้าหมายร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรวจเข้มแบบปูพรมทั่วประเทศกวาดล้างสินค้าด้อยมาตรฐานเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ.จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อสร้างการยอมรับในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมาย มอก. อย่างเต็มที่ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค การขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และเพิ่มปริมาณการค้าของไทยในเวทีโลก ท่ามกลางการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ที่มีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ สมอ.จะให้การดูแลสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาต่อยอดให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เห็นความสำคัญการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งของตนเองและภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศ รวมทั้งการทำงานเชิงรุกเพื่อจูงใจให้วิสาหกิจชุมชน หรือ OTOP ขอรับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ มผช. มากขึ้นอีก 5,000 ราย ภายในปี 2558 จากปัจจุบันที่รับรองไปแล้ว 58,000 ราย โดย สมอ. จะได้ทุ่มเทงบประมาณ บุคลากร และร่วมทำงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศ

“การสร้างการยอมรับในเครื่องหมาย มอก. ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการตรวจสอบรับรองจะเป็นกุญแจและใบเบิกทางที่สำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และเสริมสร้างสมรรถนะในการแข่งขันของทัพอุตสาหกรรมไทยได้เป็นอย่างดีในบริบทของการแข่งขันที่หลายประเทศมุ่งเน้นการใช้มาตรการกีดกันที่มิใช่ภาษี” นายอุฤทธิ์ กล่าวในงานแถลงข่าว

นายอุฤทธิ์ กล่าวว่า สมอ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินการดังกล่าวไว้ 3 ระยะ ได้แก่ระยะเร่งด่วน สมอ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณกว่า 730 ล้านบาท ระหว่างปี 2554-2557 เพื่อเสริมขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์ สถาบันยานยนต์ สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้า และสถาบันไทย-เยอรมัน เพื่อรองรับการค้าเวทีอาเซียนและสากล

นอกจากนี้ สมอ. เริ่มดำเนินโครงการ “เคาะประตูโรงงาน SMEs และร้านจำหน่าย” ซึ่งเป็นมาตรการการเข้มงวดบังคับใช้กฏหมาย สมอ. เพื่อป้องกันการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานให้กับผู้บริโภค โดยฝึกอบรมเพิ่มเติมและแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. มาตรฐาน

ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อออกตรวจโรงงานและร้านจำหน่ายทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 5,000 แห่ง ภายในปี 2558 ภายใต้โครงการความร่วมมือกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากการตรวจจับกุมผู้ทำผิดกฏหมายแล้ว จะต้องจูงใจให้ผู้ประกอบการที่ทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เข้าสู่กระบวนการสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้าคุณภาพ ภายใต้เครื่องหมาย มอก. ที่ทุกคนไว้วางใจ

มาตรการสร้างความคล่องตัวในการให้บริการผู้ประกอบการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ การปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในสมอ.เพื่อให้ทันสมัย คล่องตัว และรองรับการเปลี่ยนแปลง การปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต มอก. เหลือ 26 วัน จากเดิม 43 วัน และการแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

แนวทางในการดำเนินการระยะปานกลาง สมอ. จะวางรากฐานในการขยายความร่วมมือและข้อตกลงการยอมรับผลร่วม (MRA) ในเวทีการค้าทุกระดับ เพื่อสร้างการยอมรับและการทำแบรนด์ของเครื่องหมาย มอก. หรือ TIS ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับสากล เพื่อให้สอดคล้องและควบคู่กับการสร้างตราสินค้าของไทย การขยายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม องค์กรวิชาชีพในการกำหนดมาตรฐานให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตและมาตรฐานระหว่างประเทศ

ส่วนในระยะยาว สมอ.กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อสร้างกระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น เพื่อร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ สมอ. ด้วยการสนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง สมอ. จะปรับเปลี่ยนบทบาทมาสู่การกำกับดูแลใน 3 ด้าน ได้แก่ การกำหนดมาตรฐาน การออกใบอนุญาต และการตรวจติดตามผลหลังการอนุญาต โดยจะเร่งผลักดันให้มีการถ่ายโอนงานการรับรองผลิตภัณฑ์ให้แก่หน่วยรับรอง (Certification Body - CB) และหน่วยตรวจ (Inspection Body - IB) ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

หลังจากการกระจายงานไปสู่หน่วยตรวจสอบรับรองภาคเอกชนมากขึ้นแล้ว สมอ. ก็จะวางแนวทางการพัฒนา สมอ. ในฐานะสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยงานสมรรถนะสูงในการเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานแห่งชาติ และมีบทบาทนำในการร่วมกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ เพื่อให้ข้อแนะนำและชี้ช่องทางในการเข้าสู่ตลาดการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายบทบาทของสมอ.ในการเชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่สากลให้ได้ในระยะต่อไป

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter