ต่างประเทศ
ต่างประเทศ 2014-11-19, 18:47:42

ฮิวโก ชาเวซ จากไปแล้ว แต่การสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ของเขายังคงอยู่




(ภาพ) ประธานาธิบดีฮิวโก ชาเวซ ของเวเนซูเอล่า สวมผ้าพันคอของปาเลสไตน์ที่ได้รับจากผู้สนับสนุนเขาคนหนึ่งระหว่างการเยือนที่ตั้งของขบวนการไร้ที่ทำกินของบราซิลในเมืองทาเปส ห่างจากปอร์โต อาเลเกอร์ ในบราซิล 100 กิโลเมตร เมื่อ 30 มกราคม 2005


ฮิวโก ชาเวซ จากไปแล้ว แต่การสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ของเขายังคงอยู่ โดยผ่านโครงการริเริ่มให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาฟรีแก่ชาวปาเลสไตน์ 1,000 คน เวเนซูเอล่ากำลังทำในสิ่งที่ประเทศอื่นไม่ทำ

ในการรักษามรดกของชาวปาเลสไตน์จากประธานาธิบดีฮิวโก ชาเวซ ผู้ล่วงลับ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ได้ประกาศโครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาชาวปาเลสไตน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างประเทศ รวมทั้งความสำเร็จของรูปแบบการศึกษาและสาธารณสุขของคิวบา

มาดูโรประกาศการริเริ่มการอบรมแพทย์ 1,000 คน ผ่านโครงการทุนการศึกษายัสเซอร์ อารอฟัต โดยมีเป้าหมายที่จะให้การศึกษาในด้านอื่นๆ ในภายหลังด้วย

“มันเป็นเป้าหมายที่ยาก แต่เราพลาดเรื่องนี้ไม่ได้ เราไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เลย มันเป็นเรื่องยาก แต่เราจะฝึกอบรมนักศึกษาชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 1,000 คน ผมเพิ่งสั่งให้กระทรวงศึกษาธิการขยายโครงการนี้ออกไป ไม่เฉพาะแต่ในด้านการแพทย์ เราจะให้พวกเขาได้ศึกษาด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และทุกองค์ความรู้” มาดูโรบอกกับคณะผู้แทนนักศึกษาปาเลสไตน์ชุดใหม่ในกรุงคาราคัส สัปดาห์ที่แล้ว

ลินนดา ซาเบห์ อะลา เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำเวเนซูเอล่า กล่าวแสดงความขอบคุณต่อมาดูโรสำหรับโครงการริเริ่มนี้ โดยกล่าวว่า “ท่านกำลังสร้างอนาคตของเรา แพทย์ของเรา”

เธอยังได้ยอมรับบทบาทในการสร้างการสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างแข็งขันของชาเวซอีกด้วย “ดิฉันรู้สึกขอบคุณต่อท่านผู้นำชาเวซ ผู้เริ่มต้นมูลนิธิเพื่อทุนการศึกษาซึ่งท่านได้สานต่อมา”

การสนับสนุนปาเลสไตน์ของเวเนซูเอล่า ซึ่งปรากฏชัดเจนระหว่างสมัยการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของฮิวโก ชาเวซ มีความเข้มแข็งมั่นคงขึ้นโดยผ่านการส่งเสริมข้อตกลงในด้านการค้า การศึกษา เศรษฐกิจ และการเกษตร ที่ได้มีการเห็นชอบกันก่อนการเสียชีวิตของเขาเมื่อปีที่แล้ว หลังจากมีปฏิบัติการทางทหารที่ใช้ชื่อว่า Operation Pillar of Defense ของอิสราเอลในปี 2012 ชาเวซก็ได้ละเว้นวีซ่าให้แก่ชาวปาเลสไตน์ที่จะเดินทางมายังเวเนซูเอล่า

การให้การศึกษาฟรีแก่นักศึกษาปาเลสไตน์เป็นสัญญาณล่าสุดที่เสนอให้โดยเวเนซูเอล่าหลังจากปฏิบัติการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ที่ใช้ชื่อว่า Operation Protective Edge ของอิสราเอล ในช่วงเวลาที่การสนับสนุนปาเลสไตน์ที่จับต้องได้ขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เป็นไปอย่างครึ่งๆ กลางๆ เช่นองค์การสหประชาชาติ ที่ได้แสดงความจงรักภักดีแก่อิสราเอลไปเรียบร้อยแล้ว


ความภักดีระดับภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะรวบรวมการสนับสนุนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ในขณะนั้น โคลอมเบียและกัวเตมาลาเป็นผู้สนับสนุนรัฐล่าอาณานิคม ขณะที่ประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรีย ของเอกวาดอร์ก็ได้แสดงการสนับสนุนต่อไซออนิสม์ในวีดิโอ ที่อ้างว่ารัฐล่าอาณานิคมอิสราเอลได้รับการสถาปนาขึ้นในปี 1948 บนดินแดนปาเลสไตน์ ในวีดิโอดังกล่าว คอร์เรียประกาศว่า “อิสราเอลเป็นตัวอย่างที่เราควรจะปฏิบัติตามเพื่อปลดปล่อยละตินอเมริกา”

ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างเช่นบราซิลและชิลี แสดงอาการกลับไปกลับมาระหว่างการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ทางวาจาและการทำข้อตกลงทางการทหารกับอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการซื้ออากาศยานไร้คนขับ(โดรน) ที่อิสราเอลสร้าง เพื่อเป้าหมายในการเฝ้าระวัง

ในทางกลับกัน เวเนซูเอล่ากลับยึดมั่นอยู่กับการส่งเสริมมูลนิธิการปฏิวัติโบลิเวีย ที่ริเริ่มโดยชาเวซ ในปี 1960 ฟิเดล คาสโตร ได้กล่าวต่อที่ประชุมสหประชาชาติเกี่ยวกับการครอบงำของนักล่าอาณานิคมและจักรวรรดินิยมว่า “นักล่าอาณานิคมจะไม่พูด นักล่าอาณานิคมจะไม่เป็นที่รู้จัก จนกว่าพวกเขาจะมีโอกาสแสดงตัวตนของพวกเขาออกมา” การสนับสนุนปาเลสไตน์ของชาเวซก็เช่นเดียวกันกับฟิเดล ที่มีพื้นฐานอยู่บนความสำคัญของการปลดปล่อยจากการกดขี่

ไม่เหมือนกับวาทกรรมการปลดปล่อยอาณานิคมของสหประชาชาติ การกระทำสองมาตรฐานในเรื่องการเร่งการปลดปล่อยอาณานิคมที่ถูกคู่เคียงไปกับเสรีภาพองอิสราเอลในการล่าอาณานิคมบนดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ชาเวซยืนกรานถึงความสำคัญของการยอมรับความเป็นจริงของลัทธิล่าอาณานิคมร่วมสมัย จดหมายฉบับหนึ่งในปี 2011 ของชาเวซที่ส่งถึงนายบันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ถือว่าไซออสนิสม์และสหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสื่อมถอยของดินแดนและสิทธิของชาวปาเลสไตน์ และยืนยันว่าความจงรักภักดีอย่างไม่มีเงื่อนไขระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ “เห็นได้อย่างชัดเจนด้วยข้อเท็จจริงที่อิสราเอลชี้แนะและกำหนดนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ต่อตะวันออกกลาง” ชาเวซประกาศว่า การแย่งชิงปาเลสไตน์มี “ตราประทับของนักล่าอาณานิคมและนักจักรวรรดินิยมอยู่”

การต่อกรกับท่าทีล่าอาณานิคมและนักจักรวรรดินิยม ยุทธศาสตร์หนึ่งที่คิวบานำมาใช้ ถูกทำให้แน่นหนาขึ้นด้วยการให้ความสำคัญกับการศึกษาและสาธารณสุขของการปฏิวัติคิวบา ทั้งสองด้านนี้ถูกเสริมเข้ามาในระดับภูมิภาคและระดับสากลขณะที่คิวบาขยายท่าทีระหว่างประเทศออกไปจากการจำกัดขอบเขตที่ถูกกำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

ยัสซิน คาอูด ประธานสมาพันธ์ปาเลสไตน์แห่งเปรู กล่าวในการให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีเป็นสากลของคิวบาเกี่ยวกับปาเลสไตน์ว่า “การสนับสนุนปาเลสไตน์ของคิวบาเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่เพียงแต่เป็นทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศด้วย ด้วยการให้การศึกษาฟรี ทำให้นักวิชาชีพชาวปาเลสไตน์หลายพันคนสำเร็จการศึกษาในคิวบาในหลายสาขาวิชา”

ข้อตกลงระหว่างคิวบาและเวเนซูเอล่าในด้านการศึกษาและสาธารณาสุขได้รับการส่งเสริมไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่ชาวปาเลสไตน์ในเวลาที่สำคัญด้วย หลังจากการถล่มกาซ่าและท่าทีลังเลของสหประชาชาติในการให้ความช่วยเหลือตามความสามารถและในทันทีแก่พลเรือนชาวปาเลสไตน์นั้น โครงการให้ทุนการศึกษาของเวเนซูเอล่าสะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในทันทีที่มีต่อความจำเป็นในระยะยาวของชาวปาเลสไตน์ ความคิดนี้เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อพิจารณาดูสาขาวิชาที่มาดูโรเจตนานำเสนอให้แก่นักศึกษาชาวปาเลสไตน์ ซึ่งประกอบด้วยสาขาการแพทย์, วิศวกรรม, เกษตรกรรม และอื่นๆ

ความช่วยเหลือสากลสำหรับชาวปาเลสไตน์ติดอยู่กับการถกเถียงและการยินยอมต่อข้อเรียกร้องของอิสราเอล อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในข้อตกลงหยุดยิงที่อียิปต์เป็นตัวกลาง โดยที่ขบวนการต้านทานฮามาสต้องไปอยู่ขอบสนาม โรเบิร์ต เซอร์รี่ ผู้ประสานงานพิเศษของสหประชาชาติก็ได้ใช้กลไกหนึ่งที่ทำให้ได้ดูแลด้านวัสดุในการก่อสร้างและการฟื้นฟูกาซ่าให้แก่สหประชาชาติ จะได้เป็นการอำนวยความสะดวกในกระบวนการเฝ้าระวังและการเข้าแทรกแซงของต่างชาติในปาเลสไตน์

ในขณะที่อิสราเอลรักษาอำนาจของตนเหนือกระบวนการดังกล่าวผ่านทางกลไกองสหประชาติต่อไปนั้น ชาวปาเลสไตน์ในกาซ่ากำลังเผชิญกับผลที่ตามมาทางด้านมนุษยธรรมซึ่งสหประชาชาติพยายามเบี่ยงเบนความสนใจออกไปด้วยการย้ำถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ดังนั้น สหประชาชาติไม่ได้กล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วน หรือความสำคัญในการอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ทำการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟู


การแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในการต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมอย่างสง่างาม

การดำเนินการภายในเนื้อหาของข้อตกลงครั้งก่อนระหว่างเวเนซูเอล่ากับปาเลสไตน์ เป็นการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในการต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมอย่างสง่างามที่ท้าทายเรื่องราวที่บรรยายโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ผู้กดขี่ที่เป็นพันธมิตรกันในการเจรจาที่มีเป้าหมายเพื่อกำจัดปาเลสไตน์มาตลอดหลายทศวรรษนี้ ได้พยายามที่จะแสดงท่าทางห่วงใยผ่านการปาฐกถาที่กำหนดตัวแปรความชอบธรรมสำหรับชาวปาเลสไตน์ การยินยอมประนีประนอมรูปแบบใดๆ ก็ตาม นำมาซึ่งการแก้เผ็ดอย่างรุนแรงโดยอิสราเอล ควรเน้นไว้ว่ามันเป็นการแก้เผ็ด ที่เป็นการลงโทษโดยสหรัฐฯ และสหประชาชาติ

ในทางกลับกัน การที่เวเนซูเอล่ายึดมั่นต่อการปฏิวัติโบลิเวียของชาเวซ และค่านิยมของการปฏิวัติคิวบาโดยฟิเดลนั้น จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่มูลนิธิเพื่อการศึกษาสำหรับชาวปาเลสไตน์ โดยการพิจารณาถึงความจำเป็นของสังคมปาเลสไตน์มากกว่าพิจารณาถึงข้อเรียกร้องของผู้นำที่นิ่งเฉยของพวกเขา ซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับความช่วยเหลือขัดแย้งกันกับพื้นฐานการปลดปล่อย


แปลเรียบเรียง: โต๊ะข่าวต่างประเทศ/เดอะพับลิกโพสต์
ที่มา MIntPressNews


Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter