ต่างประเทศ
ข่าวต่างประเทศ I 19 ธันวาคม 2556

สหรัฐฯ เสียใจจับทูตอินเดียแก้ผ้า ไม่ระบุขอโทษหรือไม่

จับทูตอินเดียแก้ผ้า
 
 
สหรัฐฯ แสดงความเสียใจต่อการจับทูตเปลื้องผ้าแล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่าขอโทษหรือไม่ พร้อมแสดงความหวังว่าเหตุการณ์นี้คงไม่ทำลายความสัมพันธ์อันดี 

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานความคืบหน้ากรณีอินเดียไม่พอใจ สหรัฐฯ จับทูตอินเดียใส่กุญแจมือแล้วเปลื้องผ้าตรวจค้นตัวว่า ล่าสุดทางการสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ขอโทษใดๆ เลย

รายงานจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์ถึงนายชีพจันกา เมนอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งอินเดียแล้ว โดยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อกรณีที่ เทพยานี โคพระเกตุ ทูตชาวอินเดียที่ถูกเจ้าหน้าที่อเมริกันจับกุมและใส่กุญแจมือกลางที่สาธารณะในนิวยอร์ก และหลังจากนั้นได้จับเธอเปลื้องผ้าค้นตัว เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ แคร์รี่ยังได้แสดงความกังวลต่อท่าทีของอินเดียที่มีต่อสหรัฐฯ ด้วย โดยหวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดนี้จะไม่ทำร้ายความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนานระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี รายงานเปิดเผยว่า เคอร์รี่กล่าวคำว่าเสียใจ (regret) เท่านั้น แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเขาได้พูดคำว่าขอโทษต่อทางการอินเดียหรือไม่ ซึ่งในวงการการทูตนั้น การแสดงความเสียใจยังไม่ใช่การขอโทษอย่างสมบูรณ์นัก

ขณะที่ทางด้านนายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้สหรัฐฯ ได้สอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยทางสำนักตรวจราชการสหรัฐฯ ยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่เปลื้องผ้าเทพยานีจริง แต่เพื่อตรวจค้นร่างกายของเธอเท่านั้น ไม่ได้ล่วงล้ำแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ปัจจุบันอินเดียแต่งตั้งเทพยานีเป็นทูตถาวรประจำสหประชาชาติแล้ว ซึ่งนั่นจะทำให้เธอมีเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีใด ๆ



อินเดียกร้าว ตัดสัมพันธ์สหรัฐฯ หลังจับทูตหญิงแก้ผ้าค้นตัว



อินเดียประกาศ จะนำตัว เทพยานี โคพระเกตุ เจ้าหน้าที่ทูตหญิงตำแหน่งรองกงสุลใหญ่ประจำนครนิวยอร์กของอินเดีย ที่ถูกจับกุมและใส่กุญแจมือกลางที่สาธารณะ และถูกเปลื้องเสื้อผ้าตรวจค้น กลับมาประเทศให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

วันที่ 17 ธันวาคม 2556 สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ มีรายงานว่า อินเดียได้ประกาศจะนำตัวเทพยานี โคพระเกตุ วัย 39 ปี เจ้าหน้าที่ทูตหญิงตำแหน่งรองกงสุลใหญ่ประจำนครนิวยอร์กของอินเดีย ที่ถูกจับกุมและใส่กุญแจมือกลางที่สาธารณะ และถูกเปลื้องเสื้อผ้าตรวจค้นในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา กลับมาประเทศให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ท่ามกลางความโกรธแค้นจากชาวอินเดียที่ถาโถมต่อสหรัฐฯ กรณีการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ทูตหญิงผู้นี้ 

โดยซัลมาน เคอร์ชิด รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย กล่าวต่อรัฐสภาว่า มันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องนำตัวเทพยานีกลับประเทศให้ได้ และจะต้องกอบกู้เกียรติศักดิ์ศรีของเธอกลับมาด้วย และเขาจะทำมันไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพื่อตอบโต้ทางการทูตต่อสหรัฐฯ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เขาได้มีการสั่งให้คืนบัตรประชาชน และบัตรผ่านสนามบินสำหรับเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ที่เดินทางเข้าอินเดีย รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ อย่างการระงับการตรวจผ่านทางศุลกากรของสินค้านำเข้าสำหรับสถานทูตสหรัฐฯ แล้ว

นอกจากนี้ทางการอินเดียยังได้ส่งรถออกไปรื้อถอนรั้วกั้นรักษาความปลอดภัยรอบสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงนิวเดลี ออกแล้ว ขณะที่ตัวแทน ส.ส. จากรัฐบาลของอินเดียและฝ่ายค้านได้ปฏิเสธที่จะเข้าพบเพื่อหารือร่วมกับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ โดย เนเรนดรา โมดิ ส.ส. อินเดียได้ออกมาทวีตข้อความว่า การปฏิเสธการเข้าพบกับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ นี้คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอินเดีย ที่ต้องการประท้วงต่อความโหดร้ายที่สหรัฐฯ กระทำต่อเจ้าหน้าที่ทูตหญิงของเรา

ยังมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นในอินเดียที่ระบุว่า รัฐบาลอินเดียได้ทำการถอนใบอนุญาตผ่านสนามบินของทูตชาวอเมริกันและครอบครัวแล้ว ขณะที่คนรักชาวเกย์ของทูตสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มที่จะถูกจับกุม และดำเนินคดีฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านรักร่วมเพศในอินเดียด้วย และสื่ออินเดียบางฉบับได้มีรายงานว่า นอกจากเทพยานีจะต้องอยู่ภายใต้การตรวจค้นอันน่าอับอายแล้ว เธอยังถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ในห้องขังร่วมกับนักโทษผู้ติดยาเสพติดอีกด้วย

ขณะที่พ่อของเทพยานี ได้เผยต่อสื่อท้องถิ่นว่า สิ่งที่สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อลูกสาวของเขานั้น ถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง และในฐานะพ่อ เขารู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในครอบครัว

ทั้งนี้ เทพยานี โคพระเกตุ ได้ถูกจับกุมตัว ขณะที่เธอแวะไปรับลูกที่โรงเรียนในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐฯ ด้วยข้อหาปลอมแปลงเอกสารและหลอกลวงแรงงานชาวอินเดีย โดยอัยการสหรัฐฯ แถลงว่า เทพยานีได้จ่ายค่าจ้างให้แม่บ้านของเธอที่เป็นชาวอินเดียในจำนวนที่น้อยกว่าที่ระบุไว้ในเอกสารวีซ่าแรงงาน อย่างไรก็ตาม เทพยานีไม่ยอมรับผิด และวางแผนท้าทายการจับกุมตัวบนพื้นฐานการมีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูต ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยว่า เทพยานี ไม่สามารถใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตได้ เนื่องจากภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ของสหประชาชาติ เธอจะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตในความผิดฐานอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ทูตของเธอเพียงเท่านั้น และหากพบว่าเธอมีความผิดจริงเธออาจต้องเผชิญหน้ากับโทษสูงสุดด้วยการจำคุกนานถึง 15 ปี 
 
 
 
ที่มา: kapook
Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter