ชายแดนใต้
ชายแดนใต้ 2014-06-19, 13:25:42

ทหารชุดปราบภัยแทรกซ้อนคุมตัว “เสี่ยโจ้” นักธุรกิจผู้กว้างขวางแห่งชายแดนใต้


นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ "เสี่ยโจ้" ขณะเปิดแถลงข่าวเมื่อ 5 พ.ย.2555




ทหารชุดปราบภัยแทรกซ้อนใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกคุมตัว "เสี่ยโจ้" หลังค้นโรงไม้ที่ปัตตานีพร้อมยึดเอกสารบางส่วน รวมทั้งตราปั๊มผ่านแดนปลอม เผยประวัติเคยถูกบุกค้นมาแล้วเมื่อปี 55 แต่คดีไม่คืบหน้า แถมเมื่อปีที่แล้วยังต้องสงสัยเกี่ยวพันกรณีเรือขนเงินร้อยล้านถูกปล้นปริศนากลางทะเลอ่าวไทยด้วย


มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัว นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ "เสี่ยโจ้" เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) สหทรัพย์ทวีค้าไม้ โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก

หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ตั้งอยู่เลขที่ 103/49 ถนนนาเกลือ หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ในเขตอุตสาหกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี โดยเมื่อเวลา 11.00 น.วันพุธที่ 18 มิ.ย.2557 เจ้าหน้าที่ทหารได้นำกำลังเข้าตรวจค้น หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ พร้อมประสานให้ นายสหชัย ไปพบที่สำนักงานด้วย

กำลังทหารชุดดังกล่าวนำโดย พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยกองกำกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พ.อ.จตุพร กลัมพสุต รองผู้บังคับหน่วยกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อน คณะทำงานพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)

ผลการตรวจค้น พบเอกสารต่างๆ ที่เป็นรายรับรายจ่ายการค้าไม้และน้ำมัน รวมทั้งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และพบเงินไทย เงินเหรียญสหรัฐอเมริกา และเงินริงกิตมาเลเซียอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบหลักฐานเป็นตรายางประทับเข้า-ออกด่านชายแดนต่างๆ ของประเทศไทย เบื้องต้นได้ให้หน่วยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปัตตานีตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นของปลอม จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ส่วนเรื่องการครอบครองไม้หวงห้าม รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เวลา 18.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายสหชัย โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และนำตัวส่งค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี


ย้อนรอยค้น หจก.ฯ กับคำแถลงของ "เสี่ยโจ้"

อนึ่ง หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ เคยถูกคณะทำงานภัยแทรกซ้อน กอ.รมน.ภาค 4 สน. และเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจค้นครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2555 และสามารถยึดของกลางที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายได้หลายรายการ โดยเฉพาะรถบรรทุกดัดแปลงสำหรับขนน้ำมันได้คราวละ 15,000 ลิตร จำนวน 2 คัน และรถบรรทุกห้องเย็นที่ดัดแปลงสำหรับขนน้ำมันอีก 2 คัน เงินสดสกุลต่างประเทศและเงินบาทไทยประมาณ 23 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี หลังการตรวจค้นในครั้งนั้น ปรากฏว่าคดีไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ ขณะที่ฝ่ายนายสหชัยได้เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2555 ชี้แจงข่าวกรณี หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ถูกตรวจค้น โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ยึดของกลางใดๆ เพราะไม่มีสิ่งใดผิดกฎหมาย พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการค้าไม้เถื่อนและน้ำมันเถื่อนตามที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งไม่เคยให้การสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบในการก่อเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย


ปมปล้นเรือขนเงินร้อยล้านปริศนา

ต่อมาเมื่อต้นเดือน ต.ค.2556 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราว คือกรณีคนร้ายปล้นเรือขนเงินสกุลดอลลาร์สิงคโปร์และริงกิตมาเลเซีย คิดเป็นเงินไทยราว 119 ล้านบาท ในทะเลอ่าวไทย ซึ่งต่อมาตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังลงพื้นที่และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมออกหมายจับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 4 ราย

ขณะที่ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของเรือที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบ คือ บริษัท สหทรัพย์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อ้างว่าทำธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตรา และกำลังนำเงินไปส่งให้ลูกค้าระดับวีไอพีที่เกาะโลซิน จ.ปัตตานี แต่จากการตรวจสอบของ "ศูนย์ข่าวอิศรา" กลับพบว่าเป็นเกาะร้างขนาดเล็กกลางทะเล มีเนื้อที่เกาะไม่ถึง 100 ตารางเมตร ไม่มีผู้คนหรือต้นไม้ใบหญ้า เกาะนี้อยู่ห่างฝั่งด้าน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี บริเวณชายหาดวาสุกรี ถึง 72 กิโลเมตร

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเงินสดๆ 119 ล้านบาท เกี่ยวโยงกับธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ และยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทสหทรัพย์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของเรือ เป็นบริษัทในเครือเดียวกับ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ หรือไม่

วันที่ 30 ต.ค.2556 ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมของ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูการพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา ปรากฏว่าในช่วงท้าย ที่ประชุมได้หารือกันเกี่ยวกับคดีปล้นเรือขนเงิน 119 ล้านบาทซึ่งมีเงื่อนงำ โดยมีการแสดงความเห็นโยงไปถึงคดีการตรวจค้น หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ที่ไม่มีความคืบหน้าด้วย ทั้งนี้ได้มีการกำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงที่คณะกรรมาธิการฯเชิญมาชี้แจงให้ติดตามความคืบหน้าของทั้ง 2 คดีดังกล่าว

สำหรับตัวเลขความสูญเสียของรัฐกรณีการลักลอบขนน้ำมันหนีภาษี (น้ำมันเถื่อน) ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการประเมินว่าทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 18,000 ล้านบาท และมีความเชื่อว่าเม็ดเงินจากเครือข่ายน้ำมันเถื่อนจำนวนหนึ่งไหลไปสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย กอ.รมน.ภาค 4 สน.จึงตั้งคณะทำงานปราบปรามภัยแทกซ้อนขึ้นเป็นพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหานี้


ที่มา สำนักข่าวอิศรา
http://www.isranews.org/south-news/other-news/item/30534-jo.html
Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter