ชายแดนใต้
ชายแดนใต้ 2014-08-08, 14:56:01

วงเสวนานักการเมืองชายแดนใต้ยืนยันหนุนคุยสันติภาพ





วงสานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัด ชายแดนใต้ ครั้งที่ 19 ยืนยันหนุนคุยสันติภาพ

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม 2557 ณ ห้องศรีนครา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีการสานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัด ชายแดนใต้ ครั้งที่ 19 มี ผู้ร่วมสานเสวนามาจากอดีตนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคดำรงไทย  เจ้าหน้าที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์สันติวิธี จังหวัดชายแดนใต้ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายอัฮหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการอิสระ เป็นตัวแทนแถลงข่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ในช่วงเดือนรอมฎอ นพบว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2555, 2556 และ 2557 ตามลำดับ ดังนี้ เหตุการณ์ความรุนแรง 66, 69, และ 77  ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 32, 23, และ 33 คน และมีผู้บาดเจ็บ 86, 82, และ 127  คน

“แสดงว่าในปี 2556 ที่มีการพูดคุยสันติภาพและตกลงกันที่จะลดความรุนแรงนั้น ได้มีผลเป็นการลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้บ้าง ส่วนในปี 2557 จำนวนผู้เสียชีวิตได้มีประมาณเท่ากับปี 2555 อีกทั้งมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่สะเทือนขวัญ เช่น การระเบิดรถยนต์ที่ อ.เบตง การยิงนักศึกษาฝึกงานเสียชีวิต 2 คนที่ อ. ยะหา และการระเบิดภายในโรงพยาบาลที่ อ. โคกโพธิ์ นับเป็นการเสียโอกาสที่จะลดระดับการเสียชีวิตในช่วงเวลาของเดือนรอมฎอนของ ศาสนาอิสลาม
นายอัฮหมัดสมบูรณ์ กล่าวและว่า


ที่ประชุมมีข้อเสนอที่ขอให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาในทางปฏิบัติเพื่อลดความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ดังนี้

(1) ในโอกาสหน้า ขอให้ทบทวนการจัดกิจกรรมบันเทิง เช่น คอนเสิร์ต ในช่วงเดือนรอมฎอน

(2) ขอให้ลดจำนวนจุดตรวจและการกวดขันในการตรวจ โดยทำเท่าที่จำเป็นและอย่างมีประสิทธิผล

(3) ขอ ให้ไม่ปิดกั้นการแสดงความเห็นของคนในพื้นที่ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและ การลดความรุนแรง ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง เพราะการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและ การร่วมกันหาทางออก



ที่ประชุมมีข้อเสนอในเชิงนโยบายดังนี้

(1) ที่ ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอของพลเอกอุดมเดช สีตบุตร ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่จะให้เรื่องความสงบสุขของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ

(2) ตามคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ 96/2557 ที่แบ่งการดำเนินงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น 3 ระดับ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) เป็นระดับกลางนั้น คณะกรรมการดังกล่าวมิได้สะท้อนบทบาทที่สูงและสำคัญของ สมช. ในฐานะองค์กรนโยบาย อีกทั้งไม่ได้สะท้อนบทบาทที่ควรอยู่ในระดับเดียวกันของ กอ.รมน. ภาค 4 กับ ศอ.บต.

(3) ศอ.บต. ไม่ควรลดบทบาทในพื้นที่ และการประสานงานระหว่าง ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ภาค 4 ควรเป็นตามกฎหมายและอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน



ในเรื่องของการพูดคุย/เจรจาสันติภาพนั้น ที่ประชุมขอให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญแก่กระบวนการนี้ และมีข้อเสนอแนะดังนี้

(1) ขอสนับสนุนการเอาจริงเอาจังของการพูดคุย/เจรจาที่เป็นทางการ (track 1) และเห็นด้วยกับการตั้งคณะทำงาน 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายพูดคุยฯ ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเมือง และฝ่ายสร้างความเชื่อมั่นการยุติความรุนแรง อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัฐไม่ควรตั้งเงื่อนไขล่วงหน้า เช่น ไม่ให้มีการพูดคุยเรื่องเขตปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของคนในท้องถิ่น หรือมีความขัดข้องที่จะใช้คำว่าสันติภาพ

(2) ควรให้สำคัญแก่กระบวนการกึ่งทางการ (track 1.5) เช่น การดำเนินการของสถาบันพระปกเกล้า และขอเสนออีกครั้งให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษาและพัฒนากระบวนการสันติภาพ

(3) ภาคประชาสังคมพึงมีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการสันติภาพ เพื่อการนี้ ภาคประชาสังคมควรตั้งคณะทำงาน 4 ฝ่าย ในทำนองเดียวกับ คปต. เพื่อให้ทำงานคู่ขนานกัน อีกทั้งต้องปรับปรุงตนเองให้มีคุณภาพทางวิชาการและมีเอกภาพทางความคิดมาก ยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อสร้างการยอมรับทั้งจากฝ่ายรัฐและฝ่ายผู้เห็นต่าง และเพื่อแสดงความเอาจริงเอาจัง การมีความรู้และความสามารถ จนเป็นประโยชน์ในการสร้างความเห็นพ้องในเบื้องต้นได้จริง


Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter