ชายแดนใต้
ชายแดนใต้ 2014-08-23 , 16:32:02

กอ.รมน.ยืนยันเดินหน้ากระบวนการสันติภาพในชายแดนภาคใต้ต่อ แนะรัฐตั้งองค์กรเพื่อสันติภาพทำงานจริงจัง  ยกเลิกกฎอัยการศึกเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนมีส่วนร่วม






เมื่อวันที่ 21-22 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อาคารวิทยอิสลามนานาชาติ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “การสื่อสาร ความขัดแย้ง และกระบวนการสันติภาพ: ภูมิทัศน์ความรู้จากเอเชียและจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย” (International Conference on Communication, Conflicts and Peace Processes: Landscape of Knowledge from Asia and the Deep South of Thailand) โดยมีนักวิชาการ นักศึกษา ภาคประชาสังคม นักสื่อสารมวลชน และผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติกว่า 500 คน

          อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลให้มีการศึกษาเกี่ยวกับรากเหง้าของความขัดแย้งจำนวนมาก ทั้งมิติทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการรวมกลุ่มของภาคประชาสังคม ขณะที่การศึกษาด้านการสื่อสารในฐานะที่เป็นเครื่องมือหนึ่งในการคลี่คลายความขัดแย้งค่อนข้างมีจำกัด ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญ จึงเป็นที่มาของการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้เป็นเวทีในการร่วมกันค้นหาบทบาทการสื่อสารในการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งและความรุนแรงไปสู่สันติภาพ

          ศาสตราจารย์ ดร.Stein Tønnesson หัวหน้าโครงการวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเพื่อสันติภาพ (Programme on the East Asian peace) ของมหาวิทยาลัย Uppsala ประเทศสวีเดน กล่าวระหว่างการบรรยาย เรื่อง “จากระเบิดถึงป้ายผ้า? การเปลี่ยนยุทธวิธีการต่อสู้ด้วยอาวุธสู่การไม่ใช้อาวุธ” (From Bombs to Banners? Have Rebels Changed from Armed to Unarmed Tactics?) ตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ ค.ศ.1970 เป็นต้นมา ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่อนข้างมีความสงบเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น ยกเว้นประเทศไทยที่มีความขัดแย้งจนมีการใช้อาวุธ โดยความขัดแย้งดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ 1) ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นกับกัมพูชา 2) ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นบนท้องถนนระหว่างประชาชนกับรัฐบาล และ 3) ความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการจับอาวุธสู้กับรัฐบาลอยู่ สวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบว่ามีแนวโน้มการต่อสู้ด้วยการไม่ใช้อาวุธเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะมาจากสาเหตุใดนั้น ทุกคนต้องช่วยกันค้นหาคำตอบ

          “สิ่งที่ต้องขบคิดเกี่ยวกับความขัดแย้งในชายแดนภาคใต้ว่า ปัญหานี้เกิดจากการที่รัฐไทยมีลักษณะของการรวมอำนาจ ไม่กระจายอำนาจเหมือนสหพันธรัฐมาเลเซียและอินโดนีเซียหรือไม่ จนทำให้กลุ่มต่อต้านไม่มีช่องทางในการเสนอข้อเรียกร้อง จึงต้องจับอาวุธ ขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาล หรือเกิดจากการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองในกรุงเทพฯ”หัวหน้าโครงการวิจัยเอเชียตะวันออกเพื่อสันติภาพ มหาวิทยาลัย Uppsala สวีเดนกล่าว

          ขณะที่ Mr. Sanjana Yajitha Hattotuwa หัวหน้าหน่วยสื่อ ศูนย์นโยบายทางเลือกศรีลังกา กล่าวระหว่างการบรรยาย เรื่อง ระหว่างสองทางเลือกอันเป็นหายนะ: การใช้ศักยภาพของสื่อใหม่เพื่อเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง” (Between Scylla and Charybdis: Harnessing the Potential of New Media for Conflict Transformation) ว่า พวกเราทุกคนสามารถแปรเปลี่ยนความรุนแรงไปสู่กระบวนการสื่อสารได้ แต่มีสิ่งท้าทายหลายอย่างสำหรับนักสื่อสาร ตั้งแต่มิติทางสังคมและการเมืองที่รัฐบาลมักเข้ามาควบคุมการสื่อสารโดยใช้ข้ออ้างว่าเพื่อความสมานฉันท์ของสังคม ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันบ่อยครั้งถึงความจำเป็นดังกล่าว นักการสื่อสารยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสื่อใหม่ การคัดกรองเนื้อหาที่มีอยู่จำนวนมหาศาลเพื่อนำมาเสนอ และการทำความเข้าใจกับเนื้อหาเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ ข้อท้าทายสุดท้าย คือ การรับรู้ของคนทั่วไปว่าการสื่อสารจะเข้ามาช่วยส่งเสริมให้เกิดสันติภาพได้อย่างไร เพราะส่วนใหญ่แล้วมักคิดว่า เมื่อสื่อสารออกไปแล้วมันก็หายไป แต่ตนคิดว่า มันมีอิทธิพลบางอย่างเกิดขึ้น

          วันสุดท้ายของการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ มีการเสวนา เรื่อง บนเส้นทางสันติภาพชายแดนใต้ปตานีภายใต้บริบทใหม่ ณ ห้องบรรยาย 103 คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี โดยมีผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม พลตรีนักรบ บุญบัวทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นายรอมฎอน ปันจอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ นายดอน ปาทาน สื่อมวลชนและนักวิจัยอิสระ และนางสาวรุ่งระวี เฉลิมศรีภิญโญรัชนักวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีผู้เข้าร่วมการรับฟังและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

          นางสาวรุ่งระวี กล่าวตอนหนึ่งว่า กระบวนการพูดคุยสันติภาพในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีว่ามีข้อน่าสังเกตอยู่ 6 ประการ คือ 1) เกิดกระบวนการสันติภาพอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยลงนามอย่างเป็นทางการที่จะพูดคุยกับบีอาร์เอ็น หลังจากที่มีการคุยกันทางลับและปฏิเสธเรื่องการพูดคุยมาโดยตลอด 2) มีเอกสารอธิบายข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็นต่อรัฐบาลไทย ที่กล่าวถึงสิทธิความเป็นเจ้าของเหนือดินแดน โดยอธิบายถึงการเรียกร้องสิทธิในการปกครองตนเอง ในเอกสารนี้ยังได้บอกว่าไม่ได้ต้องการแยกเป็นรัฐอิสระ

3) บีอาร์เอ็นมีการสื่อสารกับสาธารณะ โดยเฉพาะยูทูป 4) บีอาร์เอ็นคุมกองกำลังที่ปฏิบัติการในพื้นที่ได้หรือไม่ ซึ่งเดือนรอมฎอนปีที่แล้ว ช่วง 8 วันแรกเหตุการณ์ความรุนแรงลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ มันสะท้อนข้อเท็จจริงบางประการ 5) รัฐไทยมีการยอมรับชัดเจนในบทบาทของมาเลเซียในฐานะกลุ่มที่สาม หรือ Third Party ที่จะให้เป็นตัวกลางการพูดคุย ซึ่งการเข้ามาของกลุ่มที่สามมีความจำเป็นอย่างมากในกระบวนการสันติภาพ และ 6) ประเด็นการปกครองตนเอง ยังเป็นการส่งสัญญาณจากผู้นำกองทัพไทยที่ไม่ดีต่อการเริ่มต้นพูดคุยอีกครั้ง แต่อยากให้เริ่มต้นด้วยการพูดคุยสร้างความจริงใจต่อกันมากกว่า

          ด้านรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. กล่าวว่า การเดินหน้าพูดคุยเพื่อสันติภาพจะเดินหน้าต่อ และจะมีความคืบหน้าในปลายเดือนหน้านี้ ตอนนี้เรามีการพูดคุยภายในถึงข้อตกลงก่อนหน้านี้ ว่าจะใช้กรอบเดิมในการเดินหน้าต่อ หรืออย่างไร โดยจะพิจารณาในมิติของกฎหมายด้วย แต่มีแนวโน้มที่จะยืนตามกรอบเดิม แต่อาจมีการปรับเพื่อให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าต่อไปได้

          “ผมเรียนเลยว่าการพูดคุยที่ผ่านมานั้น เราคุยถูกตัว ฮัซซัน ตอยิบนี่ใช่ เป็นหัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของบีอาร์เอ็น การข่าวของฝ่ายทหารยืนยันว่าใช่แน่นอน”พลตรีนักรบกล่าว

          ขณะที่ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม แสดงความคิดเห็นว่า กระบวนการสันติภาพไม่ควรสิ้นสุด เพราะความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ มันเกิดขึ้นเป็นวัฎจักร แต่อาจเปลี่ยนไปตามบริบท เช่นเดียวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนก็มักเกิดในพื้นที่ที่ไม่มีความรุนแรงด้วย สำหรับตนเงื่อนไขใหม่ที่อยากได้ คือ การยกเลิกกฎอัยการศึก เพราะควรมีพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ การเข้าจับกุมตัวโดยไม่มีเหตุหรือหมายจับได้ และควบคุมตัวได้ภายใน 7 วัน ก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดหรือมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ

ขณะที่นายรอมฎอน เสนอแนะว่า ในกระบวนการสันติภาพมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะยกระดับสถานะของขบวนการให้มีฐานะเท่าเทียมกันและอยู่ในที่เดียวกัน รัฐบาลอาจจะไม่ชอบที่จะยกระดับศัตรูให้อยู่ในระดับเดียวกับตนเอง แต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในกระบวนการสันติภาพ

ส่วนผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา เสนอแนะเช่นกันว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้แตกต่างจากความขัดแย้งจากพื้นที่อื่น จำเป็นต้องมีคณะทำงานสันติภาพถาวร แต่เรื่ององค์ประกอบสำคัญกว่า การสรรหาที่มีกรรมการเป็นกลุ่มอุปถัมภ์ มันก็คงไม่เวิร์ค อย่าเอาแต่คนที่หวังดีแต่พูดไม่รู้เรื่อง แต่ต้องมีคนที่คิดแตกต่างกันด้วย

ทั้งนี้การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติดังกล่าว เป็นการร่วมมือกันของหน่วยงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดำเนินการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ประกอบด้วย คณะวิทยาการสื่อสาร คณะรัฐศาสตร์ วิทยาลัยอิสลามศึกษา สถาบันสันติศึกษา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้





Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter