ชายแดนใต้
รายงานชายแดนใต้> 25 กันยายน 2556, 12:43 >  รายงาน : โต๊ะข่าวชายแดนใต้

“พาคนกลับบ้าน” อีกหนึ่งลำแสงสันติสุข


พาคนกลับบ้าน



พับลิกโพสต์ออนไลน์ - “โครงการพาคนกลับบ้าน” คือโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างที่หลบหนีจากบ้านเข้ารายงานตัวแสดงตน เพื่อแสวงหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน โดยการรณรงค์สร้างความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่น เป็นโครงการที่มีดำริมานานแล้วตั้งแต่เริ่มมีการโหมกระพือของไฟใต้ แต่เริ่มเป็นรูปธรรมเมื่อไม่นานมานี้ ในสมัยของ "เสธ.เมา" พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) โดยเน้นหลักการเสริมสร้างความเข้าใจและฟื้นคืนความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนด้วยกัน ให้เกิดความร่วมมือในการพร้อมเผชิญปัญหาร่วมกัน

สำหรับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ได้มีการติดตามตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในช่องทางต่างๆ โดยทางราชการได้พิจารณาเร่งรัดคดีที่ยังค้างการพิจารณา สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น วางอยู่บนความจริงใจของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม ให้คุณค่ากับชีวิตมนุษย์ ดำรงคุณภาพชีวิต ความมีเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายด้วยความถูกต้องเป็นธรรมการสอบสวน

แม้ตอนนี้พล.อ.อุดมชัย จะไม่ได้นั่งอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาคแล้วแต่ก็ยังมีส่วนช่วยเหลือในโครงการนี้อยู่ในฐานะ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 4 เพราะโดยส่วนตัวท่านมีความสนิทสนมกันดีกับ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบัน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ล่าสุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มาเป็นประธานในพิธีรายงานตัวแสดงตน ของผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐ เพื่อเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านของกองอำนวยการรักษา  ความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดยะลา ณ โรงเรียนยะหา- ศิรยานุกูล   อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จำนวน 143 คน ประกอบด้วย อำเภอรามัน จำนวน 10 คน, อำเภอบันนังสตา จำนวน 6 คน, อำเภอเมือง จำนวน 3 คน อำเภอธารโตและอำเภอเบตง จำนวน 35 คน และ อำเภอยะหาและอำเภอกาบัง จำนวน 89 คน โดยมีส่วนราชการ, ญาติพี่น้องและประชาชนร่วมพิธีกว่า 1,000 คน

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการดำเนินการตามนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  ของรัฐบาล เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง และการให้หลักประกันในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ

โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยการขับเคลื่อนผ่านนโยบาย สานใจสู่สันติตามโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐหรือผู้ที่ต่อสู้กับรัฐ  ด้วยวิธีรุนแรง ให้หันมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยสันติวิธี โดยการออกมารายงานตัวแสดงตน

แต่เนื่องจากบุคคล ที่หลงผิดยังขาดข้อมูลที่ถูกต้อง หรืออาจจะมองไม่เห็นช่องทางในการออกมาแสดงตนทั้งยังขาดคนชี้นำ ให้คำปรึกษาในกระบวนการแสดงตนประกอบกับผลสืบเนื่องจากการกระทำที่ผิดพลาด หรือผิดกฎหมายของตนเองในขณะที่ร่วมในขบวนการ ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการประสานงานและรณรงค์เพื่อยุติการต่อสู้ด้วยวิธีรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะกรรมการอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการยุติธรรมสำหรับผู้รายงานตัวแสดงตนเพื่อยุติการต่อสู้ด้วยวิธีรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์ การประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ออกมาแสดงตน โดยการช่วยเหลือด้านกฎหมาย และทนายความ ทำให้ผู้เห็นต่างมีความเข้าใจ และเห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างสันติวิธี ทำให้ผู้ที่มีความเห็นต่างเข้ามารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 983 คน ได้ดำเนินการช่วยเหลือเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 648 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 335 คน ตามรายละเอียดดังนี้

1. ผู้ที่มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินการเรียบร้อย จำนวน 473 คน อยู่ในระหว่างการดำเนินการ จำนวน 280 คน

2. ป.วิอาญา ดำเนินการเรียบร้อย จำนวน 7 คน อยู่ในระหว่างการดำเนินการ จำนวน 41 คน

3.พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ + ป.วิอาญา ดำเนินการเรียบร้อย จำนวน 7 คน อยู่ในระหว่างการดำเนินการ   จำนวน 14 คน

4. ไม่มีหมาย/หวาดระแวง ดำเนินการเรียบร้อย จำนวน 161 คน


ขั้นตอนการดำเนินการ จำนวน 3 ขั้น ประกอบด้วย (1.) ขั้นการตรวจสอบข้อมูลบุคคลผู้รายงานตัวแสดงตน (2.) ขั้นการอำนวยความสะดวกและให้การช่วยเหลือด้านกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการพิจารณา ให้การสงเคราะห์เยียวยา (3.) ขั้นการประสานและจัดทำข้อมูลผู้มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ หมาย ป.วิอาญา

สำหรับการรายงานตัวแสดงตนของพี่น้องผู้ที่มีความเห็นต่างในพื้นที่จังหวัดยะลาในวันนี้ นับว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีการบูรณการ การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งฝ่ายทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครองที่มีความมุ่งมั่นในแนวทางปฏิบัติ ตามนโยบายการเมืองนำการทหาร โดยการสร้างสภาวะที่เกื้อกูลต่อการขจัดความขัดแย้งที่มีอยู่ด้วยสันติวิธี ยึดหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ สร้างสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่ความสันติสุขที่ยั่นยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐที่เข้าร่วมครั้งนี้ (ขอสงวนนาม)เปิดเผยให้ฟังว่า “ความจริงนี่เป็นสิ่งที่ตนอยากทำมานานแล้ว แต่ขณะนั้นยังไม่มีความเชื่อมันในฝ่ายเจ้าหน้าที่รวมถึงกลัวจะถูกฝ่ายนั้นทำร้าย เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้รู้สึกว่าภาครัฐมีความจริงใจมากขึ้น และที่สำคัญคืออยากอยู่ใกล้ๆกับครอบครัว ที่จากไป คิดถึงครอบครัวมาก และตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมากเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง”

Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter