ชายแดนใต้
ชายแดนใต้ | 7 กุมภาพันธ์ 2557, 15:20

“ยูนิเซฟ” ประณามฆ่า3หนูน้อยนราฯนาวิกชี้ปมป่วนใต้

องค์การยูนิเซฟ



องค์การยูนิเซฟ พร้อมมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ฆ่าเด็ก 3 ศพที่นราธิวาส จี้ทุกฝ่ายร่วมวางมาตรการรับประกันความปลอดภัย "อังคณา" แฉรัฐไร้ยุทธศาสตร์ดูแลผู้หญิง-เด็กในพื้นที่ขัดแย้ง พบเหยื่อรุนแรงหลายรายถึงขั้นปราสาทหลอน ด้านนาวิกโยธินได้หลักฐานมือฆ่าโยงขบวนการป่วนใต้ หวังปิดปากพ่อเด็กที่เคยร่วมก๊วน

องค์การยูนิเซฟได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์สังหารเด็กชายสามพี่น้องใน จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 ก.พ. พร้อมแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย

ข้อมูลจากรายงานข่าวระบุว่า เด็กชายทั้งสามคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านของพวกเขา โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ครอบครัวของพวกเขาหลังกลับจากละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พ่อและแม่ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้รับบาดเจ็บด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนต่อไปว่าเหตุดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้หรือไม่

"ยูนิเซฟขอประณามการสังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ในครั้งนี้ และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ" นายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทยกล่าว และว่า "เรามีความเป็นห่วงถึงผลกระทบต่อเด็กๆ จากสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนใต้ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำทุกวิถีทางเพื่อประกันความปลอดภัยของเด็กๆ และทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีเด็กคนใดตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง"

ขณะที่มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ซึ่งมี นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของทนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม เป็นประธาน ได้ออกแถลงการณ์ประณามในเหตุการณ์เดียวกัน โดยระบุว่ามูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวนายเจะมุ มะมัน (พ่อของเด็ก 3 คนที่เสียชีวิต) และขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกระทำอันไร้มนุษยธรรม ขาดซึ่งเมตตาธรรมของผู้ใช้ความรุนแรงต่อเด็กซึ่งถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ รวมถึงสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ในครั้งนี้

นับแต่ปี 2547 มีเด็กและสตรีจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรง ทั้งที่เด็กเหล่านั้นมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใดๆ การสังหารผู้บริสุทธิ์นอกจากจะส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดกลัวอย่างมากต่อสังคม โดยเฉพาะเมื่อเกิดความรุนแรงต่อเด็ก ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาทางร่างกายและจิตใจเด็กและเยาวชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ปัจจุบันมีเด็กหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือความรุนแรงที่เกิดกับเด็กเองโดยตรง ส่งผลให้เด็กไม่สามารถมีพัฒนาเจริญเติบโตตามวัย เกิดความหวาดระแวงสังคม ไม่ไว้วางใจใคร เด็กหลายรายมีอาการฝันร้ายและประสาทหลอน" นางอังคณา กล่าว และว่า ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรียังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเนื่องจากรัฐบาลยังไม่เคยมียุทธศาสตร์เฉพาะเพื่อคุ้มครองเด็กและสตรีจากความรุนแรงในพื้นที่ขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีในพื้นที่ขัดแย้งทางอาวุธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิฯมีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.ทุกฝ่ายซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งและเป็นผู้ใช้ความรุนแรงต้องเคารพสิทธิเด็ก สตรี และผู้บริสุทธิ์ ต้องยอมรับว่าสิทธิในชีวิตและร่างกายของผู้บริสุทธิ์เป็นสิทธิที่ไม่อาจมีผู้ใดพรากไปได้
2.รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงองค์กรศาสนาต้องสร้างมาตรการที่จำเป็นในการปกป้องคุ้มครองเด็ก เยาวชน และสตรีในพื้นที่ขัดแย้งทางอาวุธให้มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยจากความรุนแรงทุกรูปแบบ 3.รัฐต้องเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ทุกฝ่ายไม่ควรด่วนสรุปจนกว่าการสืบสวนสอบสวนจะเสร็จสิ้น

4.ทุกภาคส่วนรวมถึงครอบครัว ชุมชน และสังคมควรมีความอดทนอดกลั้น และไม่ควรใช้ความรุนแรงเพื่อตอบโต้ความรุนแรง 5.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม.) ควรให้ความสำคัญต่อการละเมิดสิทธิเด็กและสตรี และถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการหาแนวทางเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กในพื้นที่ขัดแย้ง
สำหรับเหตุสลดสังหารเด็ก 3 คน เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.15 น. วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. มีคนร้าย 4 คนใช้อาวุธสงครามยิง นายเจะมุ มะมัน และครอบครัว ที่บ้านเลขที่ 143/4 บ้านปะลุกาแปเราะ หมู่ 7 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้ลูกๆ ของนายเจะมุเสียชีวิต 3 คน ประกอบด้วย ด.ช.มูยาเฮด มะมัน อายุ 11 ปี ด.ช.บาฮารี มะมัน อายุ 9 ปี และ ด.ช.อิลยาส มะมัน อายุ 6 ปี ส่วนภรรยาคือ นางพาดีละห์ แมยู ซึ่งตั้งท้องได้ 4 เดือน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ความคืบหน้าทางคดี น.อ.บุญเกิด มูลละกัน รองผู้บังคับการค่ายจุฬาภรณ์ของนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวว่า สาเหตุการบุกยิงครั้งนี้ น่าจะมาจากการที่นายเจะมุเคยถูกจับกุมมาก่อน และได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อทางราขการ โดยเฉพาะการเปิดเผยถึงเครือข่ายของกลุ่มขบวนการในพื้นที่ จนทำให้สามารถขยายผลและจับกุมกลุ่มขบวนการได้หลายราย ตรงนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พอใจ จนนำมาเป็นชนวนในการก่อเหตุร้ายดังกล่าว

นอกจากนี้ คนร้ายอาจต้องการข่มขวัญผู้ที่ให้ความร่วมมือกับทางการเป็นบทเรียนหากคิดหักหลัง เชื่อว่ากลุ่มที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มของ นายอัฟฟันดี กาพา แกนนำปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส อ.สายบุรี และ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เนื่องจากก่อนเกิดเหตุพบว่านายอัฟฟันดีกับพวกรวม 6 คน ได้เข้าไปกบดานที่ อ.ไม้แก่น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง ซึ่งจะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อจับกุมต่อไป

ด้าน พอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน) แถลงยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า เหตุการณ์สังหารเด็ก 3 ศพไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่ แต่คนร้ายพยายามแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ และพยายามปล่อยข่าวหลังเกิดเหตุทันทีว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้เร่งทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด



ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
Copyrights © 2009 www.publicpostonline.com All Rights Reserved.
E-mail : publicthai@yahoo.com
counter